2009/Apr/15

หายไปนาน 3 เดือนเลย  จากที่อัพครั้งล่าสุดเมื่อตอนต้นเดือนมกราคม เนื่องจาก

มกราคม ช่วงนั้นทำโปรเจคต์และอ่านหนังสือสอบรวบยอด

กุมภาพันธ์ ก็อ่านหนังสือสอบรวบยอดและสอบสภา

มีนาคม หลังสอบสภาเสร็จ ก็ไปหาสมัครงานตามโรงบาลต่าง ๆ จนถึงขณะนี้ ผมอยู่ในภาวะว่างงานอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว  จนถึงช่วงสงกรานต์นี่แหละเพิ่งจะมีเวลาว่างจริงๆ ที่ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ทบทวนหลายๆอย่าง

ต้องขอโทษเพื่อนๆชาวบล็อกที่เคยเข้ามาเยี่ยมกันเป็นประจำทั้งที่ไม่ได้อัพและไม่ได้ไปเยี่ยมตามบล็อกเพื่อนชาวบล็อก

ตามแผนที่วางไว้ผมกะจะอัพวันที่ 12 เมษายน ซึ่งเป็นวันครบรอบ 2 ปีที่ผมบวช  แต่ก็มีเหตุการณ์สถานการณ์ความไม่สงบในช่วงวันสงกรานต์ทำให้ผมตามติดนาทีต่อนาทีจนไม่ได้หลับได้นอนกันเลยทีเดียว  ผลเป็นยังไงก็ได้ทราบกันแล้วตามสื่อต่างๆนะคับ

พอมาเช็คอีกทีพบว่าผมเพิ่งลงไปแค่ 11 วันจาก 23วันที่ผมบวช  ผมก็ค่อนข้างแปลกใจว่าผมมัวไปทำไรอยู่  2 ปีได้แค่ 11วันเอง

23 Days in Poo Lom Khum

Day: 12,13,14

 

DAY 12: แบกไม้อีกแล้ว

ต่อจากเมื่อวาน  ที่ยังเหลือไม้กองเกะกะจะต้องจัดเข้าที่แยกให้เป็นหมวดหมู่  วันนี้แบกไม้ตั้งแต่บ่าย 3ถึง 6 โมงเย็น  มีไม้ที่หนักบ้างเบาบ้างสลับกันไป  ขนาดผมระวังแล้วก็ยังเจอเสี้ยนปักเข้าไปหลายดอก  วันนี้ยังเหลือไม้ระเกะระกะอีกจำนวนหนึ่งที่แยกประเภทไม่ได้  ครูจารย์บอกว่าเดี๋ยวพิจารณาก่อนว่าจะเอาไม้พวกนี้ไปทำอะไร  พรุ่งนี้ผมคาดว่าคงเก็บตกประมาณชั่วโมงสองชั่วโมงคงเสร็จ(หวังว่าคงเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ)

DAY 13: มันยังไม่จบคับ

ตอนเช้าไปบิณฑบาตเป็นไปตามคาด คือ มีคนใส่บาตรน้อย  ที่ใส่ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวเหนียวไม่ค่อยมีอย่างอื่น(คนที่มาใส่จะเป็นหน้าเดิมๆไม่เหมือนตอนวันหยุดสงกรานต์จะมีหน้าใหม่ๆหรือหน้าเดิมแต่มาใส่บาตรวันหยุดสงกรานต์)  สาเหตุก็ง่าย ๆ คือ วันนี้เป็นวันจันทร์  วันราชการคนเขาไปทำงานกัน  ไม่เหมือนวันสงกรานต์ถึงแม้จะเป็นวันราชการคนก็เยอะอยู่ดี

วันนี้แบกไม้ขนไม้เป็นวันที่ 3ติดต่อกัน(จนจะอยู่กินกับไม้อยู่แล้ว)  วันนี้เก็บตกก็จริง  แต่เก็บตกไปเก็บตกมาปรากฏว่าเหนื่อยกว่า 2 วันที่ผ่านมาซะอีก  แถมมีโจทย์ใหม่คือ  ครูจารย์ท่านนำไม้ยูคาฯเข้ามาเพิ่มอีก  ถามว่าไม้ยูคาจำนวนเท่าไหร่  ลองนึกถึงรถปิกอัพหรือรถกระบะแล้วเอาพวกไม้ยูคามาวางเรียงบนกระบะที่ระดับความสูงประมาณที่นั่งคนขับ  แล้วขนยังงี้ประมาณ 3รอบ  คิดดูซิว่าเยอะขนาดไหน  ไม่ต้องบอกก็พอทราบนะคับว่าพรุ่งนี้ผมจะแบกอะไร

ขากลับ  ครูบาโน้ตเห็นผมเหนื่อยๆท่านเลยบอกว่า  สายหลวงปู่หล้าก็งานหนักยังงี้แหละ  คือทำทุกอย่าง  อย่างงานก่อสร้าง  ช่างไม้นี่ทำเองหมด  แถมท่านยังปิดท้ายด้วยว่าท่านฝึกให้เรารู้ความทุกข์(เออกรูรู้ซึ้งแล้วT_T)

Day 14: วันเลคเชอค์วันที่ 2

วันนี้เป็นวันพระ  ผมก็เลยจะคอยดูว่าวันนี้ครูบาเหน่งจะกำหนดไม่หิวอีกมั้ย  ตอนเช้าไม่เป็นไปตามคาดคือ  ครูบาเหน่งยังออกบิณฑบาตในวันนี้อยู่  แต่พระที่กำหนดไม่หิวคือหลวงพ่ออ๊อดกับครูบาโอ

อย่างที่บอกไปเมื่อวานว่ามีไม้ยูคาฯให้ขนอีกแล้ว  แต่วันนี้ตั้งแต่บ่าย3ถึงบ่าย4ครึ่ง  ผมไปทำความสะอาดศาลาก่อน  กลับมาไม้ยูคาฯถูกเก็บไปเรียบร้อยแล้ว  ผมแค่เก็บเศษไม้เล็กๆน้อยๆเท่านั้นก็ถือว่าไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก

ตอนเย็นมีทำวัตรเย็นรวมที่วิหาร  ขอบอกก่อนนะคับว่า  จะทำวัตรเย็นรวมที่ศาลาวันที่เป็นวันพระใหญ่คือวันขึ้น 15ค่ำ  ถ้าเป็นวันพระอื่นหรือที่เรียกกันภายในว่าวันพระเล็กจะทำวัตรเย็นรวมกันที่วิหาร

วิหารเป็นวิหารไม้เคลือบเงาด้วยชะแล็ค  กว้างประมาณ 2เมตร  ยาวประมาณ 10เมตร  ถ้าเทียบกับศาลาแล้วจะเล็กกว่ามาก  อย่างที่เคยเขียนไปคราวก่อนตอนที่ทำวัตรเย็นรวมครั้งแรก  ว่าวันนั้นผมหิวน้ำ  เลยไม่ได้ตั้งใจฟัง  วันนี้เลยตั้งใจมาฟังท่านให้โอวาทเป็นพิเศษ  วันนี้ที่ฟังท่านให้โอวาทจับได้ 4ประเด็นคือ

  1. การปฏิบัติควรปฏิบัติให้ถูกต้อง ถูกทาง  เพราะถ้าเกิดเราปฏิบัติผิด  แต่เรามีความเพียรมันก็ไม่ได้อะไร
  2. การปฏิบัติของเราควรเริ่มด้วยศรัทธาแต่ต้องเป็นศรัทธาที่ถูกต้องด้วย
  3. การปฏิบัติควรหาที่ยึดที่ประเสริฐ  จึงจะถึงเป้าหมายที่เราต้องการ  ท่านเปรียบเราแต่ละคนลอยอยู่กลางทะเลแล้วหาที่ยึดที่เกาะ  ถ้าเป็นคนโง่เมื่อเห็นศพลอยมาก็จะเอาเป็นที่ยึดซึ่งมันจะทำให้เราไม่ถึงฝั่งในที่สุดเราก็จมน้ำ  ถ้าเกิดมีแพหรือต้นซุงท่านบอกว่ามันจะเป็นที่ยึดอันประเสริฐ  เปรียบได้กับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า  ถ้ายึดแล้วเราก็จะไปถึงฝั่งหรือประสบความสำเร็จได้
  4. อริยสัจ4: ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค  เป็นหลักธรรมที่ใครๆก็รู้  ผมก็รู้  แต่อย่าลืมนะคับว่า  หลักธรรมนี้เป็นหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นะคับ   ตามที่เคยท่องมาว่าอริยสัจ4มีอะไรบ้าง  ยังไง  แต่ผมว่าหลายคนไม้เข้าใจหลักธรรมนี้  เพราะถ้าผมเข้าใจคงสำเร็จหรือมีภูมิธรรมที่สูงแล้ว(5555)  ผมว่าอริยสัจ4เป็นหลักธรรมที่ง่ายแต่เข้าใจได้ยาก(easy but hart to understand)  เพราะมันเป็นหลักธรรมที่ทำให้เราหลุดพ้น  ถ้าคิดให้ลึกซึ้งเข้าไปอีกผมว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เราท่องหรือนำไปใช้แก้ปัญหาว่า "หาสาเหตุและทางดับทุกข์สิ"  ผมว่า "หาสาเหตุและทางดับทุกข์สิ"  มันเป็นcommon senseในการแก้ปัญหาอยู่แล้ว  หรือว่าไม่จริงคับ  ต่อให้เราไม่รู้อริยสัจ4เรายังแก้ปัญหาได้เลย  ไม่งั้นฝรั่งคงทำไรไม่เป็นแน่ๆ ถ้าไม่รู้อริยสัจ4

ดังนั้นผมว่าอริยสัจ4  ต้องมีอะไรมากกว่าการแก้ปัญหา  อย่างที่ครูจารย์ท่านยกมาสอนจะชี้บอกว่าเหตุแห่งทุกข์คือ โลภะ โทสะ โมหะ  หลักการคือ  เราต้องดับเหตุแห่งทุกข์คือ โลภะ โทสะ โมหะ  ถ้าดับได้เราก็พ้นทุกข์แล้ว  แล้วใครทำได้บ้างล่ะ????

ผมว่าครูจารย์ท่านสอนแบบChild Center  คือให้พระไปฝึกไปปกิบัติเอาเอง  สงสัยอะไรค่อยมาถาม  แล้ววันที่ท่านให้โอวาทคือ  วันพระที่มาทำวัตรเย็นรวมกัน  ผมขอเรียกวันพระที่ทำวัตรเย็นรวมกันแล้วฟังโอวาทจากครูจากว่า วันlecture  วันนั้นพระแต่ละรูปจะได้ข้อคิดเรื่องต่างๆที่ท่านสอนไปคิด  พิจารณาแล้วปฏิบัติตาม  สำรหับผมวันนี้ก็น่าจะเป็นวันเลคเชอร์วันที่ 2ของผม