2008/May/13

Final Countdown

9 ปีที่รอคอย

วันที่แมนฯยูฯเจอบาร์ซ่านัดที่ 2 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด   ถ้าใครเป็นแฟนแมนฯยูฯและมีโอกาสได้ชมเกมนั้น  ในช่วงท้ายเกมเป็นอะไรที่เครียดมาก  ถ้าเกิดบาร์ซ่าตีเสมอได้ในช่วงท้ายเกมจบกันเลย  ยิ่งบัลเดซโกลบาร์ซ่าขึ้นมาโหม่งด้วย  ในช่วงนั้นทำให้ผมคิดถึงภาพหลอนเมื่อปี2004  รอบ2เจอกกับปอร์โต  ตอนที่แมนฯยูฯนำอยู่1-0  ถ้าปอร์โตตีเสมอได้เกมพลิก  แมนฯยูฯตกรอบทันที  ช่วงท้ายเกมปอร์โตได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ  ความหายนะก็มาเยือนเมื่อลูกยิงฟรีคิกของปอร์โต  ทิม  ฮาร์เวิร์ดรับกระฉอก  แล้วคอนตินญ่าตามเข้ามาซ้ำ 

ในที่สุดแมนฯยูฯก็ผ่านบาร์ซ่ามาได้  เป็นเวลา 9 ปีเต็มนับจากวันที่เข้าชิงเมื่อปี 1999  ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมามีโอกาสที่ใกล้เคียงจะเข้าชิงคือในปี

2002  ตกรอบรองด้วยน้ำมือเลเวอร์คูเซ่น(ปีนั้นมาดริดได้แชมป์  เลเวอร์คูเซ่นได้ทริเปิ้ลรองแชมป์)จากกฎประตูทีมเยือน  นัดแรก1-1  นัดสอง 2-2

2007  ปีนั้นผมไม่ได้อยู่ดูใจเพราะช่วงนั้นผมบวช  สึกมาก็เพิ่งรู้ว่าแพ้มิลานตกรอบพร้อมกับเพลงผีกาก้า

       

เจ้าชายผมแดงคราวก่อนไม่ได้ลงนัดชิงเพราะติดโทษแบน

ปี2003  ปีนั้นโอลด์  แทรฟฟอร์ดได้รับคัดเลือกให้เป็นสนามในนัดชิง  แต่ยิ่งเล่นยิ่งกดดันเพื่อเป็นแชมป์ที่บ้านตัวเองและตกรอบด้วยน้ำมือรีล  มาดริด

ไกเซอร์น้อยบัลลัคยังน่ากลัวเสมอ

แมนฯยูฯเคยได้แชมปืมาแล้ว 2 ครั้ง  จากการเข้าชิงทั้ง 2 ครั้ง  ครั้งแรกได้เมื่อปี 1968  จากการเอาชนะเบนฟิกา 4-1  นัดนั้นคนที่ทำประตูคือ  จอร์จ  เบสท์,บ็อบบี้ชาร์ลตัน2,ไบรอัน  คิดด์

ปี 1999  เป็นปีที่ได้ 3 แชมป์  เอาชนะบาเยิร์นที่เคยเจอกันในรอบแบ่งกลุ่ม 2-1  2 ประตูได้มาในช่วงท้ายเกมจากเชอริงแฮมและโซลชา  หลังจากที่สเตฟาน  เอฟเฟนแบร์กยิงฟรีคิกให้บาเยิร์นนำไปก่อน

ปีนั้นลุ้นสนุกมากตั้งแต่รอบ 8 ทีม(ตอนนั้นจะแข่งรอบแบ่งกลุ่มก่อนแล้วมาแข่งรอบ 8 ทีมเลย)  เจออินเตอร์ในปีนั้นแข็งแกร่งมาก  แต่ก็ผ่านมาได้(2-0,1-1)

รอบรองเจอยูเวนตุส  นัดแรกเสมอ1-1ที่โอลด์  แทรฟฟอร์ด  ไรอัน  กิ๊กส์ยิงตีเสมอในช่วงท้ายเกม  แล้วมาพลิกเอาชนะที่เดลลิ  อัลปิ  3-2  จากที่ตาม 0-2  ด้วยความสุดยอดของคู่กองหน้ายอร์คกับโคล 

มาปีนี้ได้เข้าชิงกับเชลซีที่รัสเซีย  เป็นครั้งแรกที่เชลซีได้เข้าชิง  แต่ผมมีลางสังหรณ์อัปมลคลเกิดขึ้น(อันนี้เป็นลางบ้า ๆ บอ ๆ ของผมเองนะคับ)  อาจไม่คอ่ยเกี่ยวเท่าไหร่  แต่ก็เผื่อ ๆ ใจไว้คับ

ดร็อกบาและโรนัลโด้คีย์แมนคนสำคัญที่พาทีมของตัวเองเช้าชิงที่มอสโคว์

1. ปีก่อนถ้าใครยังจำได้  แมนฯยูฯกับเชลซีแย่งแชมป์พรีเมียร์กันและเป็นแมนฯยูฯที่ได้แชมปื  หลังจากนั้นทั้ง 2 ทีมก็มาเตะชิงชนะเลิศเอฟ เอ คัพกัน  ปรากฏว่าเชลซีชนะจากการยิงของดร็อกบาในช่วงต่อเวลาพิเศษ  ผมก็กลัวจะเป็นเหมือนปีก่อน  เชลซีแค้นฝังหุ่นจากพรีเมียร์แล้วมาระบายในนัดชิงกับแมนฯยูฯ

2. ในปีนี้หนทางในยูฟ่า  แชมเปี้ยนลีกของเชลซีเรียกว่าโรยด้วยกลีบกุหลาบ  ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มเจอทีมไม่แข็งมาก  พอมารอบ 2 ดันเจอโอลิมเปียกอส  รอบ8ทีมดันจับเจอเฟเนบาร์เช่อีก  และเพิ่งมาเจอของแข็งอย่างลิเวอร์พูลในรอบรอง  จะเห็นได้ว่าวิถีทางเหมือนจะอยากให้เชลซีได้แชมป์ยังไงยังงั้น  ผิดกับแมนฯยูฯที่เจอลียง  โรม่า  บาร์ซ่า  ของแข็งทั้งนั้น

ถ้ากิ๊กส์ได้ลงในนัดชิงจะทำลายสถิติลงสนามมากที่สุดของชาร์ลตัน

3. ปีนี้ชิงกันที่มอสโคว์  รัสเซียซึ่งเป็นบ้านของเสี่ยหมี  เป็นไปได้มั้ยว่าเชลซีจะฉลองแชมปืในบ้านเจ้าของทีม

4. คราวก่อนที่ได้แชมป์สโคลส์ไม่ได้ลงสนามเนื่องจากติดโทษแบน  พอมาคราวนี้เซอร์สัญญาว่าจะให้สโคลส์ลง  บางทีสโคลส์อาจเป็นตัวซวยก็ได้(ว่าไปนั่น)

5. แม่ของแลมพาร์ดเพิ่งเสียชีวิต  แลมพาร์ดและเพื่อน ๆ ในทีมเชลซีคงอยากได้แชมป์เพื่อมอบแด่แม่ของแลมพาร์ดที่เสียชีวิต(แชมป์นี้เพื่อแม่)

ถึงแม้เราจะหมดหวังที่จะไปบอลโลปแล้ว   แต่ในช่วงวันที่ 11-18 พฤษภาคมนี้  ไทยเราได้เป็นเจ้าภาพศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย  คือฟุตซอลชิงแชมป์เอเชียเตะกันทุกปี  แต่ปีนี้พิเศาหน่อยคืออันดับ1-4จะได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตซอลโลกที่บราซิล  2 ครั้งที่ผ่านมา(กัวเตมาลาและไต้หวัน)  เราผ่านเข้าไปเล่นฟุตซอลโลกได้   ก็ยังดีคับที่ฟุตซอลเรามีลุ้นไปชิงแชมป์โลก  ทีมชุดนี้แกร่งกว่าครั้งที่ผ่านมา  และเก่งขึ้นเรื่อย ๆ มีพัฒนาการจากการที่เอาชนะญี่ปุ่นได้  และปีก่อนเราสามารถเอาชนะอิหร่านอันดับ 1ของเอเชียได้2-1  ตั้งแต่ที่มีการแข่งขันฟุตซอลมามี 2 ทีมจากเอเชียที่เอาชนะอิหร่านได้คือญี่ปุ่นกับไทยเรานี่เอง

และอันดับฟุตซอลไทยก็อยู่อันดับ11 นะคับ  ดังนั้นถ้าพูดถึงฟุตซอลแล้วเราก็ระดับโลกเหมือนกันนะคับและก็ถือว่าเป็นกีฬาสากลด้วย