CL คืออะไร
ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาข่าวเรื่องCLเป็นที่สนใจมากในสังคมบ้านเรา ซึ่งซีแอลนี้มันเกี่ยวกับเรื่องยา เกี่ยวกับเภสัชเราโดยตรง คำถามที่นศ.เภสัชฯมักจะเจอจากคนนอก หรือประชาชนทั่วไปคือ ซีแอลคืออะไร ทำซีแอลมันดีหรือไม่ดีอย่างไร บางคนต้องการลองภูมิเราก็จะถามว่ามันคุ้มมั้ยที่เราจะทำซีแอล เวลาเราเจอคำถามนี้ก็ใบ้แดกกันดิครับ ผมไม่ประหลาดใจหรอกครับว่าทำไมนศ.เภสัชฯตัวเล็ก ๆ อย่างเราถึงตอบไม่ได้ เพราะเรื่องซีแอลเราจะได้เรียนกันในวิชา Drug Development ตอน ปี 3 เทอม 1 ต่อให้เป็นนศ.ปี3 ปี4 ปี5อาจจะคุ้น ๆ บ้าง เวลาตอบก็ไม่ค่อยชัวร์เท่าไหร่ บางคนก็บอกว่าก็จำได้ตอนสอบนี่แหละมันเป็นความจำระยะสั้น พอสอบเสร็จลืมหมดแล้ว
ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะมาเล่าให้ฟังว่าไอ้ซีแอลเนี่ยมันคืออะไร ทำไมต้องทำด้วย เวลาเจอคนถามคำถามนี้จะตอบได้ถูกต้อง ชัดเจน แถมเป็นการให้ข้อมูลแก่ประชาชนคนทั่วไปให้เขาได้ทราบข้อเท็จจริงกัน
CL ย่อมาจาก Compulsory Licensing หรือมาตรการบังคับใช้สิทธิ ซึ่งเป็นมาตรหนึ่งในพ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และ(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542 และเป็นไปตามปฏิญญาโดฮา (Doha Declaration on Trips and Public health) ตามข้อตกลง ทริปส์( TRIPS Trade Related Intellectual Property Rights) ภายใต้องค์การการค้าโลก(WTO) ที่ให้อำนาจแก่ประเทศสมาชิกผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาที่ติดสิทธิบัตรได้ หากเกิดความจำเป็นเร่งด่วน,เกิดวิกฤติด้านสาธารณสุขขึ้นในประเทศ หรือ เพื่อประโยชน์สาธารณะที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์
ประเทศไทยได้ใช้ประกาศใช้CL กับยา 3 ตัวได้แก่ยาเอฟาไวเรนซ์(Efavirenz) ยาสูตรผสมระหว่างโลพินาเวียร์กับริโทนาเวียร์(Lopinavir+Ritonavir)ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเอชไอวีสูตรสำรอง และยาโคลพิโดเกรล(Clopidogrel)ซึ่งเป็นยาสลายลิ่มเลือดในหัวใจ แต่อ.จุฬาภรณ์ไม่เห็นด้วยที่ทำซีแอลยาClopidogrelเพราะว่าโรคนี้เป็นโรคคนรวย เป็นโรคทำเองหมายถึงว่าดูแลตัวเองไม่ดี อยากกินอะไรก็กิน ไม่ออกกำลังกาย ซึ่งชาวไร่ชาวนาคนยากคนจนไม่เป็นหรือเป็นโรคนี้น้อยมาก โดยมีการนำยาEfavirenzจากอินเดียมาแล้วเมื่อต้นปี 2550(ซึ่งเป็นซีแอลวิธีหนึ่งแต่เป็นparallel importationหรือการนำเข้าซ้อน)
ทำไมจึงต้องมี CL
ระบบสิทธิบัตรมีขึ้นเพื่อคุ้มครองและสร้างแรงจูงใจให้นักประดิษฐ์คิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ด้วยการให้สิทธิผูกขาดถึง 20 ปี ในการผลิต ต่อยอดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น ซึ่งรวมถึง ผลิตภัณฑ์ยาด้วย แต่การมียายี่ห้อเดียวขายในท้องตลาดก็ทำให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้ยาชนิดนั้น ๆ ไม่มีทางเลือกอื่น ในขณะที่ผู้ขายสามารถตั้งราคาเท่าใดก็ได้ นี่จึงเป็นสาเหตุของยาราคาแพง ทำให้คนจำนวนมากที่จำเป็นต้องใช้ยาไม่สามารถเข้าถึงยา
แต่มาตรการบังคับใช้สิทธิหรือCLสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้
ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือยา 3 ตัวที่ประกาศทำซีแอล อย่างEfavirenzที่เคยมีราคาต่อเดือน 1300บาทจะเหลือ650บาท ยาclopidogrelสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจจากราคาเม็ดละ 70 บาทบริษัทเจ้าของสิทธิมาเสนอลดราคาให้เหลือเพียงเม็ดละไม่เกิน 22 บาท แต่ราคายาชื่อสามัญจากอินเดียอยู่ที่ 6-12 บาทเท่านั้น เช่นเดียวกับยาคาเลทร้าซึ่งเดิมเคยอยู่ที่ราคา 11580 บาทต่อผู้ป่วยต่อเดือน ปัจจุบัน Abbott ประกาศลดราคาทั่วโลกหลังการประกาศซีแอลของไทยเหลือประมาณ 3400 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะที่ยาชื่อสามัญจากอินเดียที่จะจัดซื้อรวมกับมูลนิธิคลินตันเหลือแค่ 2027 บาทเท่านั้น
CL จึงเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยให้คนเข้าถึงยาได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เข้าถึงยาไม่ได้อันเนื่องมาจากยาราคาแพงเพราะติดสิทธิบัตร
หมายเหตุ
CL คืออะไรลงในวารสาร Pharm Sky(วารสารประจำคณะออกตามอารมณ์และความสะดวกของบรรณาธิการ)
ปวดหัวเลย