
Zico,ons t'aime.(we love you.)
ถึงช่วงนี้จะอยู่ในช่วงสอบแต่เพื่อให้ทันกับแมตช์อำลา "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองตำนานหมายเลข 13 ทีมชาติไทยในวันพุธที่ 3 ตุลาคมนี้กับยูเออี(แข่ง2ทุ่มครึ่งเพราะนักฟุตบอลยูเออีถือศีลอด)ก็เลยเอาเรื่องนี้มาลงทั้ง ๆ หนังสือหนังหากูยังไม่ได้อ่านสอบเลย ผมจะขอเล่าในมุมมองของผมนะคับ ในส่วนเรื่องของประวัติส่วนตัว รายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ ผมว่าคงหาอ่านกันได้หรือตามสื่อทั่ว ๆ ไปก็น่าจะมีมาลง
ผมจำได้ว่าเริ่มติดตามและเชียร์ทีมชาติไทยก็ได้ยินชื่อซิโก้แล้วประมาณปี2536ที่ไทยได้แชมป์ซีเกมส์ที่สิงคโปร์ พร้อมกับเอกลักษณ์ประจำตัวคือท่าตีลังกาดีใจหลังทำประตูได้และหมายเลข 13 หลังจากนั้นก็ติดตามผลงานทีมชาติไทยมาเรื่อย ๆ ก็ประทับใจฟอร์มการเล่นของซิโก้ ซิโก้ไม่ใช่กองหน้าประเภทยิงประตูถล่มทลายแต่จะเป็นกองหน้าประเภทสร้างโอกาสให้กับทีมตัวเอง ทำทางให้คนอื่น ถ้ามีโอกาสยิงก็ยิงได้เฉียบขาดเหมือนกันตามแบบฉบับของกองหน้าทั่ว ๆ ไปที่มีเครื่องหมายการค้า ยิงประตู
พอมาซีเกมส์ปี2538 ไทยเป็นเจ้าภาพ ทัวร์นาเมนต์ซิโก้โดนแย่งซีนไม่ได้เป็นพระเอก เพราะปีนั้นคู่ศูนย์หน้าของซิโก้คือ อัลเฟรด เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์โชว์ฟอร์มดียิงกระจุย ทัวร์นาเมนต์นั้นอัลเฟรดก็เลยดังกว่าซิโก้คู่ศูนย์หน้า
หลังจากนั้นซิโก้ก็เป็นตัวหลักในทีมชาติตลอด ในขณะที่อัลเฟลดคู่ศูนย์หน้าด้วยความที่เป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงมาแบบฝรั่งคิดอะไร รู้สึกยังไงก็แสดงออกมาเลยไม่เก็บไว้ทำให้มีปัญหากับผู้ใหญ่ในสมาคมฟุตบอลจนต้องเลิกเล่นฟุตบอลไป ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าซิโก้ไม่ใช่กองหน้าประเภทผลิตสกอร์ ยิงกระจายแต่ถ้าได้ดูทีมชาติไทยเล่นจะรู้ว่าซิโก้มีส่วนกับเกมมาก ทำให้ทีมเล่นง่ายขึ้น แต่ถ้ามีโอกาสยิงก็ไม่พลาดและยิงลูกสวย ๆ ได้เยอะเหมือนกัน ซิโก้ถึงจะยิงไม่เยอะเมื่อเทียบกับศูนย์หน้าคนอื่น ๆ แต่ประตูทึ่ยิงก็มักเป็นประตูสำคัญ ๆ อย่างเช่น เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่ไทยเราเป็นเจ้าภาพ รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เราเจอกับเกาหลีใต้วันนั้นเราสร้างประวัติศาสตร์ชนะ2-1จากลูกยิงไกลอันสุดสวยของธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล แต่วันนั้นคนที่ทำประตูขึ้นนำ1-0ให้ไทยคือซิโกนั่นเองแต่คนส่วนใหญ่จะจำประตูของธวัชชัยได้มากกว่า
ตลอดชีวิตที่ซิโก้เล่นให้ทีมชาติไทยได้พาทีมชาติไทยได้แชมป์ต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นแชมป์ซีเกมส์ แชมป์ไทเกอร์คัพ และได้อันดับ 4เอเชียนเกมส์ครั้งที่13ที่ไทยและครั้งที่14ที่เกาหลีใต้ ในปี 2547 ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ไทยแพ้เกาหลีเหนือ1-4 เป็นแมตช์ที่ทำให้ซิโก้ห่างหายจากทีมชาติไป 2 ปีเพราะได้ให้สัมภาษณ์ตอบโต้อดีตผู้นำในสมัยนั้นที่หาว่านักเตะไทยเล่นไร้ใจ(แต่หลังจากปฏิวัติซิโก้ก็กลับมาติดทีมชาติ)

ทุ่มเททุกนัดในนามทีมชาติและในฐานะกัปตันทีม
แมตช์สุดท้ายที่ซิโก้ลงเล่นในนามอย่างเป็นทางการในนามทีมชาติคือนัดที่ไทยแพ้ออสเตรเลีย0-4 นัดนั้นถ้าใครได้ดูเราน่าจะชนะมากกว่าอย่างน้อยก็เสมอ วันนั้นเราเจอทีมระดับโลกแต่เล่นกันได้ดีมากสกอร์กับฟอร์มการเล่นวันนั้นตรงข้ามกันเลย
นี่ก็เป็นแมตช์สุดท้ายของซิโก้ในการเล่นทีมชาติที่พบกับออสเตรเลีย
ในส่วนของการเล่นในระดับสโมสรไฮไลต์ในชีวิตการเล่นของซิโก้ถูกเรียกตัวไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรมิดเดิ้ลสโบร์แต่ไม่ติด แต่ดันไปติดทีมฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์(ทีมระดับดิวิชั่น1ในสมัยนั้น)แทนที่ฮัดเดอร์ฟิลด์ซิโก้เป็นได้แค่ตัวสำรองของทีมสำรองในทีม ทำให้ถูกกดดันให้เลิกสัญญา แล้วมาเล่นให้สิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซ แต่ด้วยสไตล์การเล่นของซิโก้ที่ไม่ใช่กองหน้าผลิตประตู(แต่ก็มีส่วนร่วมในเกมและสร้างโอกาสให้เพื่อน ๆ ได้มาก)เลยทำให้เล่นที่สิงคโปร์ไม่นาน(แฟน ๆ และสตาฟฟ์โค้ชสิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซวัดผลงานกองหน้าจากจำนวนประตู)

สมัยที่เล่นให้สิงคโปร์ อาร์มฟอร์ซที่สิงคโปร์ ซ้ายมือคือนอ อลัม ชาฮีโร่ของชาวสิงคโปร์
ซิโก้ย้ายมาเล่นที่ฮองอันยาลายที่เวียดนามในปี 2545 ซิโก้ในสายตาคนเวียดนามเขาคือซุปเปอร์สตาร์ที่ใคร ๆ ก็อยากเจอ คนเวียดนามคลั่งไคร้ซิโก้มากเห็นได้จากวันแรกที่ไปเปิดตัวที่สโมสรคนเวียดนามเรือนหมื่นไปรอต้อนรับซิโก้ ในช่วงที่ซิโก้เล่นให้ฮอง อัน ยาลายปีแรกพาทีมขึ้นจากดิวิชั่น2ขึ้นดิวิชั่น1 แล้วปีต่อมาก็พายาลายได้แชมป์เลย ทำให้ซิโก้เป็นที่ชื่นชอบ เป็นฮีโร่ของชาวเวียดนามทั้ง ๆ ที่เป็นคนต่างชาติก็ตาม
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับซิโก้
- ซิโก้เคยทำสถิติเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในประเทศไทยโดยย้ายจากธนาคารกรุงไทยไปสโมสรราชประชาด้วยค่าตัว 200,000 บาท
- ซิโก้เชียร์ลิเวอร์พูลคับ(เหอ ๆ )
- ศิลปินที่ซิโก้ชื่นชอบคือ พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์
ไม่เห็นรู้เรื่องเล๊ย... แต่แก่ แล้วก็พักผ่อนเหอะ ตามจริงคิดว่าเลิกไปแล้วครั้งนึงนะเนี่ย (มั่วจริง) แต่เป็นปีของคนเก่ง เค้าเลิกเล่นจริงๆเนอะ โอเล่ เนอะ ...