เปิดเทอมได้วันนึงแล้วคับ วิชาที่เรียนเป็นแปลก ๆ ไงก็ไม่รู้ ที่ว่าแปลก ๆ ไม่ใช่ไรหรอกเพราะวิชาที่เรียนก็ออกแนวsocialหรือแนวสังคมศาสตร์ซะส่วนใหญ่ เพื่อนบางคนบอกว่าเราเรียนจบหมดแล้วเทอมนี้เก็บตกวิชาที่เหลือและวิชาแทร็กหรือภาควิชา เวลาที่เหลือก็อ่านเตรียมสอบcompre.หรือสอบรวบยอดกับสอบสภาฯ(โอ้ว.......กูใกล้จะเรียนจบแล้วรึเนี่ย)
อ่านชีวิตการบวช 23 วันในวัดภูหล่มขุมไปพลาง ๆ ก่อนนะคับ ส่วนเรื่องไปค่ายหมอยาครั้งที่ 4รอรูปอยู่คับรออีกนิดเดียวได้อ่านแน่คับ
DAY 3 : รับนิสัยจากครูจารย์พล
วันนี้ตอนเย็นครูจารย์พลเพิ่งกลับมาจากอินเดียซึ่งช้าไป 1 วัน เพราะกำหนดการเดิมจะกลับมาเมื่อวาน ผมกับน้องก็เลยไปขอนิสัยท่านเย็นวันนั้นเลย ทำไมต้องขอนิสัย? นิสัยตูก่อนบวชมันเลวขนาดนั้นเหรอ ไม่ใช่คับ เหตุที่ขอนิสัยเพราะ
1. ถ้าเป็นพระบวชใหม่หรือบวชไม่ถึง 5 พรรษาเมื่อมาจำวัดหรือมาจำวัดใหม่จะต้องขอนิสัยจากเจ้าอาวาส เป็นการปวารณาตัวขอรับคำสั่งคำสอนจากเจ้าอาวาส
2. ถ้าเป็นพระที่อยู่วัดเดิมอยู่แล้วแต่เจ้าอาวาสไม่ได้จำวัด(ไม่ได้นอนที่วัดที่ตัวเองเป็นเจ้าอาวาสหรือไปนอนที่อื่น) เมื่อเจ้าอาวาสกลับมา ถ้าบวชไม่ถึง 5 พรรษาก็จะต้องขอนิสัยเช่นกัน อย่างกรณีที่ครูจารย์ไปอินเดีย พระที่อยู่วัดมาก่อนที่พรรษาไม่ถึง 5 พรรษาก็ต้องขอนิสัยใหม่ด้วย
วันนั้นครูจารย์ท่านเลยถือโอกาสให้โอวาทพระใหม่เลย ท่านสอนถึงว่าบวชไม่กี่วันก็รักษาศีลกับทำสมาธิให้ได้ก็พอ ท่านให้โอวาทในเรื่องหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าต้องศึกษาให้เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจจะเกิดการตีความที่ไม่ตรงกัน ทำให้เกิดเป็นหลาย ๆ นิกายและนับวันก็ยิ่งห่างเหินกันไปเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่นับถือศาสนาเดียวกัน
รูปตอนห่มสบงวันบวช
DAY 4 : มันเป็นยังงี้นี่เอง
บวชได้ 4 วันแต่ผมยังมีปัญหากับการห่มจีวรคือยังห่มไม่เป็น(เรียนรู้ช้าจิง ๆ เลยตู) ก่อนออกบิณฑบาตรมีเรื่องตลกคือหลวงพ่ออ๊อดแกเดินถามว่าพระรูปใดเล่นไฟฉาย โดยเอาไปส่องเล่นบนโขดหินเป็นชั่วโมง ๆ ผมก็นึกในใจพระที่นี่เป็นพระปฏิบัติ เป็นผู้ใหญ่โต ๆ กันแล้ว ก่อนบวชก็ต้องเข้านาคก่อน ถือว่าผ่านการqualifyมาพอสมควร ไม่น่ามีใครมาเล่นเป็นเด็กอมมือยังงี้หรอก ถามไปถามมาไม่มีคนรับครูบาหนึ่งก็เลยบอกหลวงพ่ออ๊อดไปว่าไฟที่แกเห็นไม่ใช่ไฟฉายแต่เป็นไฟเธคในหมู่บ้านที่เขามากินเลี้ยงวันสงกรานต์แล้วสะท้อนขึ้นมา
ก่อนบ่าย 3(15.00 น. ) ครูบาอู๊ดจะเดินไปทำข้อวัตรตามปกติ พอดีเดินผ่านกุฏิผม ท่านก็แวะมาทักทาย ท่านบอกว่าระหว่างรอออกบิณฑบาตรถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องคุย เพราะ เราไม่รู้ว่าพระแต่ละองค์ทำอะไรกันอยู่ เราอาจจะไปรบกวนท่าน อย่างเช่น บางองค์อาจจะภาวนาพุทธโธอยู่ในใจ บางองค์อาจจะพิจารณาสังขารอยู่ ทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศของเด็กที่เรียนแข่งขันกัน อ่านหนังสือเอาเป็นเอาตาย ไม่สนใจใครสอบเพื่อให้ได้คะแนนเยอะ ๆ ประสบความสำเร็จในการเรียน แต่กรณีของพระที่วัดนี้ต้องการที่จะหลุด หลุดออกจากวงล้อแห่งการเวียนว่ายตายเกิด
edit @ 30 Oct 2007 08:08:05 by Frankie8
เปิดเทอมๆๆ ไม่อยากเปิดเลยแฮะ