จุดวิกฤติ
ตกรอบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับอังกฤษในฟุตบอลยูโร 2008 รอบคัดเลือก เป็นการตกรอบคัดเลือกรายการใหญ่ของอังกฤษในรอบ 13 ปีนับตั้งแต่อังกฤษตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 1994 ที่อเมริกาหลายกระแสโยนความผิดให้สตีฟ แมคลาเรน บ้างก็บอกว่าเป็นเพราะขาดตัวหลักไป จะวิจารณ์อะไรยังไงก็ว่ากันไปคับ
ถ้าเปรียบการแข่งขันระหว่างอังกฤษกับโครเอเชียเมื่อคืนวันที่ 18 พฤศจิกายนกับนิยายหรือหนังแล้ว คงจะออกแนวtragedyหรือโศกนาฎกรรมสะเทือนใจผู้ชม ถ้านัดนี้มีคนเขียนบทเอาไว้แล้วคนที่เขียนบทช่างใจดำอำมหิตเสียนี่กะไร หลอกให้อยากหลอกให้มีความหวังแต่สุดท้ายก็ว่างเปล่า เริ่มตั้งแต่เปิดเรื่องมาพระเอกของเรื่องก็ตกระกำลำบาก กำพร้าพ่อกำพร้าแม่ บ้านถูกไฟไหม้ ถูกไล่ออกจากงาน พลัดพลากจากนางเอง ติดยา ติดเหล้า สิ้นเนื้อประดาตัวฯลฯ(สารพัดความซวย)ก็เปรียบเหมือนตอนที่อังกฤษโดนนำ1-0ตั้งแต่ต้นเกม แถมมาถูกยิงนำไป2-0อีก แต่คนเขียนบทก็เหมือนจะให้ความหวังคนดูโดยพลิกชีวิตพระเอกจากด้านมืดสุดมาเจอปลายทางสว่าง นับตั้งแต่การอนุเคราะห์จุดโทษให้อังกฤษ(ลูกนั้นดูแล้วก็ฟาวล์จริง ๆ แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ตัดสินด้วยว่า กล้าพอมั้ย กับจังหวะแบบนี้) ตามมา2-1
ดูเหมือนคนเขียนจะเขียนบทให้เบ๊คแฮมเป็นฮีโร่ของอังกฤษอีกครั้งด้วยการเปิดอย่างสุดสวยให้เคร้าช์ยิงตีเสมอเป็น 2-2 แต่คนเขียนบทดันสวมวิญญาณเชกสเปียร์ ทำร้ายจิตใจคนดูยิ่งนัก ด้วยการประทานลูกยิงของเปทริซ โครเอเชียนำ3-2และชนะไปด้วยสกอร์นี้ โถ ๆ ๆหนังใกล้จบแล้วพระเอกได้ทุกอย่างกลับมา กำลังจะมีความสุขกับนางเอกแท้ ๆ ดันมาตายตอนจบซะนี่
ที่จริงแล้วผมไม่ได้เชียร์อังกฤษนะครับ(แต่เชียร์อิตาลีกะฝรั่งเศส) แต่ที่ติดตามและลุ้นลึก ๆ ให้อังกฤษประสบความสำเร็จซะทีเพราะ อังกฤษเหมือนถูกสาปไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักในเวทีนานาชาติ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นต้นตำรับของกีฬาชนิดนี้แท้ ๆ ก็เลยสงสารและอยากให้ประสบความสำเร็จในเวทีระดับโลก(ถ้าไม่นับตอนที่ได้แชมป์โลก1966)ทัดเทียมกับประเทศมหาอำนาจลูกหนังประเทศอื่นๆ บ้าง(บราซิล อิตาลี เยอรมัน)
จากคัดยูโรกลับมาที่ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียระหว่างไทยกับเยเมนบ้าง ก็ตามที่ทราบไปแล้วว่าไทยเข้ารอบด้วยสกอร์รวม1-0 เข้าไปแข่งรอบ 3หรือรอบ20ทีม อันนี้ผมว่าเสมอตัวคับ ถ้าหากเราตั้งสมมติฐานว่าไทยต้องไปบอลโลกแล้วกับเยเมนเรายังผ่านไม่ได้แล้วจะไปบอลโลกได้ไง
โจ้ 5 หลาถูกชะตากับเยเมนเจอทีไรยิงเยเมนทุกที
นัดที่เล่นที่ไทยถ้าใครได้ดูเราน่าจะยิงมากกว่า1-0 แต่ด้วยจังหวะทั้งชนคานบ้าง ยิงเฉี่ยว ๆ บ้าง ติดนู่นติดนี่บ้างทำให้สกอร์ออกมาอย่างที่เห็น ถึงแม้เยเมนจะมีจังหวะเสียวบ้างแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
สำหรับรอบ3จะมี20ทีมแบ่งออกเป็น 5 สายสายละ 4ทีม เอาที่1ที่2ในแต่ละสายเข้าไปเล่นรอบ 10ทีม โดยในรอบ 10ทีมจะแบ่งเป็น 2 สายที่1และ2ของแต่ละสายจะได้ไปฟุตบอลโลกทันที ส่วนที่3ของแต่ละสายจะมาเพลย์ออฟเพื่อหาทีมไปเพลย์ออฟกับแชมป์โซนโอเชียเนีย ถ้าชนะก็ได้ไปเล่นบอลโลกรอบสุดท้ายเหมือนกัน
รอบ3หรือรอบ20ทีมพบว่าน่าจะเป็นจุดวิกฤติหรือจุดสำคัญว่าเรามีความสามารถพอที่จะไปเล่นฟุตบอลโลกได้หรือไม่ ทำไมไม่เป็นรอบ10ทีมล่ะ ผมว่าถ้าเกิดเราสามารถผ่านเสือ สิงห์ กระทิง แรกในรอบนี้ไปได้ รอบ10ทีม ที่สายหนึ่ง ๆ มี 5ทีมอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเกิดเราไม่แพ้ในบ้านและเก็บชัยได้บ้างในนัดที่เล่นในบ้าน และออกนอกบ้านแพ้ซักนัด เสมอซัก 2 นัด ชนะ 1 นัด ขี้หมูขี้หมาเราน่าจะได้ที่ 3ของกลุ่มแล้วไปลุ้นเพลย์ออฟก็พอจะมีลุ้น
เรียกได้ว่ารอบ 3 คือจุดวิกฤติหรือจุดชี้ชะตาที่สำคัญทีเดียวเพราะรอบนี้เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับทีมวางอย่าง ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ซาอุดิอารเบีย อิหร่าน เกาหลีใต้ และทีมเกรดบีบวกอย่างจีน อิรัก
การจับฉลากแบ่งกลุ่มจะมีขึ้นในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ตามที่ผมคิดไว้การจับสลากน่าจะแบ่งออกเป็น 4 โถ ตามลำดับเวิล์ดแรงกิ้ง โดยแต่ละสายจะเป็นการคละทั้ง 4 โถด้วย (เขียนบล็อกวันที่23 พฤศจิกายน)
โถที่1
ออสเตรเลีย
เกาหลีใต้
ซาอุดิอารเบีย
ญี่ปุ่น
อิหร่าน
โถที่ 2
บาห์เรน
อุซเบกิสถาน
คูเวต
เกาหลีเหนือ
จีน
โถที่ 3
จอร์แดน
อิรัก
เลบานอน
โอมาน
ยูเออี
โถที่ 4
กาตาร์
ซีเรีย
ไทย
เติร์กเมนิสถาน
สิงคโปร์
ถ้าดูตามนี้แล้วผมอยากให้ไทยอยู่สายเดียวกับ ออสเตรเลีย(เพราะตอนเอเชียคัพถึงแม้เราจะแพ้0-4แต่รูปเกมเราน่าจะพอสู้แล้วยันเสมอเขาได้) บาห์เรน(เราเคยชนะมาแล้วในเอเชียนคัพ) และเลบานอน(เราเจอกับเลบานอนค่อนข้างจะสูสีกันมาก ถ้าเราเน้นดี ๆ มีเฮเหมือนกัน) ไม่อยากอยู่สายเดียวกับพวกจีน เกาหลีใต้ ซาอุฯ เกาหลีเหนือ เจอทีมพวกนี้ทีไรเราแพ้ทางทุกที
อีกจุดวิกฤติหรือจุดบอดที่ผมจะนำเสนออีก คือจุดวิกฤติที่โค้ชเขาพยายามเน้นย้ำตลอดตอนผมซ้อมบอลกับทีมโรงเรียนตอนม.2 ผมยังจำได้แม่นเลยว่าวันไหนลงทีมแล้วมีการไปเล่นที่จุดวิกฤติ หลังจากซ้อมเสร็จจะถูกด่าเป็นการใหญ่ จุดวิกฤติหรือจุดบอดนั้นคือ "มุมทั้ง 4 ข้างของสนามฟุตบอล" โค้ชพยายามจะให้หลีกเลี่ยงบริเวณนี้เวลาเล่นบอล ยกเว้นลูกเตะมุมเพราะเราเป็นคนเปิดเกมไม่มีใครมาแย่ง
มุมทั้ง 4 มุมในสนามฟุตบอลคือจุดวิกฤติที่โค้ชพยายามให้หลีกเลี่ยง
บริเวณแถวนี้ก็ด้วย
การที่มุมในสนามฟุตบอลเป็นจุดบอดในสนามมองได้ 2มุมมอง แต่ถึงมองมุมมองไหนมันมีแต่เสียกับเสียทั้งนั้น มุมมองแรกในฐานะที่เราเป็นฝ่ายได้บอล ตอนที่เราตั้งรับถ้าเกิดเราเล่นกันแถวมุมธงถ้าเกิดฝ่ายตรงข้ามเข้ามาแย่งบอลกับเราแล้วเราเกิดพลาดเสียบอล คู่ต่อสู้ก็จะสามารถพาบอลไปยิงประตูได้ ถ้าเป็นตอนที่เราเป็นฝ่ายรุกแล้วเรามาเล่นที่แถวมุมธง พื้นที่บริเวณนี้มันจะแคบไม่เหมือนบริเวณอื่นที่สามารถถ่ายบอลไปได้ แล้วเพื่อนร่วมทีมที่มารองบอลก็อยู่ในตำแหน่งที่ลำบากที่จะรับบอลได้ ทำให้เรามีโอกาสเสียบอลได้ง่าย
ในมุมมองที่เราเป็นฝ่ายตามบอล เมื่อเราวิ่งไปตามบอลที่มุมธง บริเวณนี้ถ้าเกิดคู่ต่อสู้สามารถเลี้ยงบอลหลบหรือใช้ความสามารถผ่านเราได้เขาก็จะมีโอกาสในการเข้าทำประตูเช่นกัน
ของในโลกนี้ย่อมมี 2 ด้านจุดบอดก็เช่นกัน มักจะเป็นจุดที่ทีมที่เป็นฝ่ายได้เปรียบในช่วงท้ายเกมชอบเล่น เพื่อถ่วงเวลา หรือเพื่อล่อให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาแย่งบอล ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาพยายามเลี่ยงไม่เข้าไปเล่น แต่ด้วยสถานการณ์บีบบังคับ ก็จำเป็นที่จะต้องเข้าไปเอาบอลมาให้ฝ่ายตนเป็นฝ่ายรุกบ้าง แต่ก็อย่างที่บอกมันเสี่ยง 50-50 คือถ้าเราแย่งได้เราก็จะกลับมาเป็นฝ่ายรุก ถ้าเสียเขามีโอกาสที่จะเข้าทำประตูฝ่ายเรา
แบ่งสายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าเราอยู่สายเดียวกับญี่ปุ่น บาห์เรน โอมาน จาก http://www.fifa.com/worldcup/preliminaries/asia/standings/index.html ถามว่าเรามีโอกาสเข้ารอบมั้ย ส่วนตัวผมคิดว่ามีนะครับ ใช่อยู่ถ้าเทียบอันดับโลกเราอาจจะสู้กับชาติอื่นไม่ได้ แต่สถิติที่เราพบกับบาห์เรน กับโอมานเราเล่นได้ค่อนข้างดี(บาห์เรนเราเคยชนะ2-0ในเอเชียนคัพ,โอมานล่าสุดเราเสมอ1-1นัดอุ่นเครื่องก่อนเอเชียนคัพ) ญี่ปุ่นน่าจะลอยลำอยู่แล้วอันนี้ปล่อยเขาไป ถ้าเราเก็บได้1แต้มจากญี่ปุ่นผมก็พอใจแล้ว ส่วนอีก 2 ทีมเราก็เน้นในบ้าน เล่น ซ้อมกันเต็มที่มีหวังเข้ารอบแน่คับ
edit @ 26 Nov 2007 22:17:17 by Frankie8
edit @ 26 Nov 2007 22:19:48 by Frankie8
นึกว่าอะไรอ่านมาตั้งนาน 555 เป็นกีฬานี่เอง 555