2007/Dec/31

บันทึกการเดินทางของLancer และ Rotring ในค่ายหมอยา4

ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวผมและเพื่อนผมก่อนที่ผมจะเล่าถึงการเดินทางในค่ายหมอยาครั้งที่ 4(และเป็นครั้งที่ 4ของเจ้านายผมด้วย)  ผมมีชื่อเต็ม ๆ ว่า(อ่ะแฮ่ม)  Lancer spiral 825 2001   เป็นปากการสีน้ำเงินขนาดเหมาะมือ   และนี่เพื่อนผมอีกคนที่จะมาช่วยกันบันทึกการเดินทางเพื่อนผมชื่อว่า  Rotring Tikky 0.5  เป็นสอกดสีแดง   เจ้าrotringมันอยู่กะเจ้านายผมก่อนผมนานมาก   เพราะตระกูลปากการอย่างที่ท่านผู้อ่านทราบๆ  กันอยู่ว่ามีอายุการใช้งาน(เหมือน ๆ ความรักนั่นแหละ.......แหวะไอ้เสี่ยว ๆ ยังงี้ผมติดมาจากเจ้านายผมเองคับ)พอหมดน้ำยาเขาก็ทิ้ง   ไม่เหมือนเจ้าrotringพอไส้หมดเขาก็ซื้อไส้มาเปลี่ยน

ผมเคยถามเจ้านายว่าไมใช้อุปกรณ์การเขียนถึง 2 ประเภทไมไม่ใช้ชนิดใดชนิดหนึ่งไปเลย   เจ้านายผมมันก็เลยบอกว่าเวลาจดเลคเชอร์หรือว่าจดบันทึกที่ตัวเองอ่านจะใช้สอกดในการจดบันทึก   พอจะเขียนให้คนอื่นอ่านหรือเขียนส่งงานจะใช้ปากกาเขียนจะได้ดูเรียบร้อย(ว่างั้นแต่ไม่มีใครทนอ่านลายมือเจ้านายผมได้เลย)

ฝอยเรื่องตัวเองมาซะนานมาเข้าเรื่องกันดีกว่าคับ   สำหรับค่ายหมอยาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4แล้วนะคับ   ครั้งแรกไปกันที่โนนสัง   หนองบัวลำภู(เจ้านายผมมันก็ดันเลือกไปฝึกงานที่นั่นอีกไม่รู้ติดใจอะไร)   ครั้งที่2ไปที่ชัยภูมิ   ครั้งที่3ไม่ใกล้ไม่ไกลเขาสวนกวางน่ะเอง(อยากรู้ว่าเป็นไงลองไปอ่านได้นะคับ)    และครั้งที่4   ไปที่โรงเรียนบ้านดอนก่อกกเหลี่ยม   อ.แกดำ(ไม่ใช่ฉันดำ......เมิงยังจะเล่นอีกเนาะ)   จ.มหาสารคาม

21 ตุลาคม 2550

วันนี้จะมีการไปเตรียมค่ายกัน   เห็นไอ้หยก(ตามที่เจ้านายผมเรียก)บอกในเอ็มว่าจะมีการไปถางป่า  ถางหญ็   ขุดหลุม  วิดน้ำ  ทำคันดิน(โอ๊ยนั่นมันทำนาแล้ว....อันหลัง ๆ ผมเพิ่มเข้าไปเองนะคับ)   ไอ้หยกบอกว่ารถจะออกประมาณเที่ยง ๆ อ้าวทำไงดีเจ้านายผมมันยังไม่แด๊กข้าวเลย(ตอนที่คุยประมาณ5โมงครึ่ง)แถมไปใช้แรงอีก   จะกินตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว   เจ้านายผมมันก็เลยปลอบตัวเองว่า   เอาวะกินข้าวมื้อเดียว 20กว่าวันแล้วมาแบกไม้ยังอยู่ได้เลย   โด่แค่นี้จิ๊บ ๆ (ให้มันแน่เถอะเมิง)

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไปใช้แรงงาน  ไปถางป่า   เจ้านายผมก็ยังไม่วายพาผมกับเจ้าrotringไปด้วย   มันให้เหตุผลว่าเผื่อตอนเดินทางคิดอะไรเจ๋ง ๆ ได้จะได้จดลงไป   ไอเดียอันบันเจิดมักเกิดตอนที่เราไม่ได้เตรียมตัว

บ้านดอนก่อกกเหลี่ยม   อยู่ในตัวอำเภอแกดำ   ห่างจากตัวเมืองสารคามประมาณ 20โล   ดูตามระยะห่างจากเมืองน่าจะเป็นชานเมืองได้    แต่พอไปถึงจริง ๆ ที่นั่นชนบทมาก(ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นนะคับ)   ทางที่เข้าไปรถวิ่งได้เลนส์เดียว   ที่น่าแปลกคือจะเห็นเสาไฟฟ้าเป็นหย่อม ๆ คือขี่ไปได้ระยะนึงจะไม่เห็นเสาไฟฟ้า   พอขี่ไปอีกกลับเห็นเสาไฟฟ้าโผล่มาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยซะงั้น    ที่ดีหน่อยเห็นจะเป็น 2 ข้างทางล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาที่ข้าวออกรวงอยู่เต็ม 2 ข้างทางทำให้ดูร่มรื่น   น่าอภิรมย์   แถมคลื่นโทรศัพท์ยังเต็มอีกไม่ต้องเดินหาคลื่น

พอไปถึงโรงเรียนก็เริ่มทำการขนเต๊นท์จากอบต.มาไว้ที่โรงเรียน   ทำความสะอาด   จัดเก็บห้องเรียนเอาไว้เป็นที่หลับนอน   เก็บของ   เตรียมทำห้องน้ำผู้หญิง  ผู้ชาย   โดยห้องน้ำผู้หญิงจะกางเต๊นท์แล้วเอาผ้าอ้อมไว้  ส่วนของผู้ชายเอาแค่ผ้ามาอ้อมเฉย ๆ    ไม่น่าเชื่อว่าทำแค่นี้จะเสร็จทุ่มนึง   เจ้านายผมทั้งเหนื่อยและหิวแต่ไม่กล้าบ่น  เพราะกลัวเสียฟอร์ม   ขนาดน้องผู้หญิงทำงานเหนื่อยๆ  ยังไม่มีใครบ่นเลย   ยังดีที่แม่เติ้งซื้อข้าวกล่องให้พวกเราทานปะทังหิว   เจ้านายผมขอฝากขอบคุณแม่เติ้งไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคับ

ตูจะบ้าตายคนอะไรเก๊กได้เก๊กดี

22 ตุลาคม 2550

ตอนเช้ามีปฐมนิเทศน์ค่ายโดยอ.บังอร   ศรีพานิชกุลชัย คณบดีแล้วตามด้วยอ.จันทนา   ต่อจากนั้นเป็นการพรีเซนต์ฝ่ายต่าง ๆ ว่าไปถึงแล้วทำอะไรบ้าง  

ออกค่ายคราวนี้จะแบ่งเป็นทั้งหมด 4 กลุ่มรวมทั้งกลุ่มออกPCUก็อยู่ใน 4 กลุ่มนี้ด้วย   และมุขที่เจ้านายผมชอบเล่น   คราวก่อนมันก็เล่น   มาคราวนี้มันยังหน้าด้านเล่นอีกคือ "แต่ก่อนตอนมาเรียนขอนแก่นใหม่ ๆ ผม(หมายถึงเจ้านายผม)พูด  ฟัง  ภาษาอีสานไม่ได้เลย   ดีนะที่เข้าคอร์สเรียนภาษาอีสานก็เลยพอพูดพอฟังได้"   คนฟังพากันฮาตรึม   เวลามันเล่นมุขนี้ทีไรผมถุยใส่มันหลายทีเหมือนกัน   เจ้านายผมมันบอกว่ามันจะเล่นมุขนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีคนขำ

ตอนบ่ายมีการเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการเดินรณรงค์  แบ่งงานตามกลุ่มทั้ง 4 ที่ได้จัดไว้   อย่างกลุ่มเจ้านายผมก็ทำตัวยุงลาย   บางกลุ่มทำป้ายเดินรณรงค์   ต่อจากนั้นพากันมาหัดทำลูกประคบกัน

ค่ายหมอยาคราวนี้ต่างจากครั้งที่แล้วมาคือจะโฟกัสที่พี่ค่ายหรือคนไปออกค่าย   อย่างเช่น  ปีก่อน ๆ พี่ ๆ แต่ละคนจะแบ่งตามกลุ่มไปดูแลน้องค่าย   แต่ปีนี้น้อง ๆ ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมจะเป็นหน้าที่ของปี1ปี2และฝ่ายสันทนาการคอยดูแล   และคราวนี้ก็จะมีการทำอาหารกินเองด้วย

23 ตุลาคม 2550

ตามกำหนดการรถออกตี5ครึ่ง   ข้อดีของเจ้านายผมอีกอย่างนึงคือชอบมาตรงเวลา  เลยตื่นตั้งแต่ตี5   มาถึงก็ช่วยน้อง ๆ เพื่อน ๆ ขนของ  ขนกระเป๋า   ขนสัมภาระขึ้นรถบุเรงนอง   รถที่ใช้มีอยู่ 2 คันคือรถบัสเอาไว้ขนคน   กับรถบุเรงนองเอาไว้ขนสัมภาระ   ด้วยความเจ้าเล่ห์ของเจ้านายผม   มันเห็นว่าจำนวนที่นั่งรถบัสกับคนมันไม่พอดีกันถ้ามันขึ้นรถบัส   มันจะต้องโชว์แมน   โชว์ความเป็นสุภาพบุรุษ   สละที่นั่งยืนตลอดทาง   ซึ่งมันก็ไม่ใช่แนวทางของเจ้านายผม   ก็เลยอ้างว่าจะมารถบุเรงนองเพื่อดูสัมภาระหลังรถ   ที่ไปกับเจ้านายผมคือไอ้อ๊อฟปี2(ตามที่เจ้านายผมเรียก) ผีหอ5(ตามที่เพื่อน ๆ มันเรียก)   รถออกประมาณ 8 โมงกว่า ๆ (มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่นัดตี5แล้วออกเดินทาง8โมง)

จากการที่คุยกับอ๊อฟบนรถทำให้ผมรู้ว่า   ถึงอ๊อฟจะเป็นคนตลก  ฮา ๆ แต่การพูด  แนวความคิดของอ๊อฟมีความเป็นผู้ใหญ่พอสมควร   บางเรื่องรู้เยอะ  รู้ลึกกว่าเจ้านายผม   ที่คิดว่าตัวเองรู้ไปหมดทุกเรื่องซะอีก

รถบุเรงนองมาถึงก่อนรถบัส  เพราะพี่คนขับชำนาญทางเลี่ยงไปทางโกสุมฯแล้วไปทางกันทรวิชัยหรือม.ขามเรียง   กรรมตามสนองเจ้านายผมแล้วคับ   มันกับไอ้อ๊อฟจะต้องขนสัมภาระที่อยู่บนรถลงมา   เพื่อรอเพื่อน ๆ ตามมาสมทบ   พอขนของลงเสร็จหมดไม่กี่นาทีรถบัสก็มาถึงโรงเรียน   เจ้านายผมถึงกับบ่นในใจ   "นี่ตูอุตส่าห์ขนลงช้า ๆ เพื่อรอคนมาช่วย  ยังมากันช้าอีก"

อ.จินดากับอ.จันทนามาเปิดงานในตอนเช้า  หลังจากทานข้าว   เจ้านายผม  พี่เดช  น้อง ๆ ผู้ชายมาช่วยไอ้จ๊อบปี4กับไอ้เจมส์ครับปี3เดินสายไฟ   ทำห้องน้ำผู้หญิงต่อ   ต่อสายยาง   ฯลฯ

ตอนบ่ายจะมีการออกPCU   โดยจะแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่(ตามที่แบ่งไว้แล้ว)รับผิดชอบพื้นที่ที่แบ่งไว้ให้   แล้วในแต่ละกลุ่มค่อยมาแบ่งเป็นกลุ่มย่อยอีกที  โดยปี3กับปี4ที่จะออกPCUกัน  กลุ่มเจ้านายผมประชุมจัดแบ่งกลุ่มย่อยกัน   เกณฑ์ที่ใช้คือพี่ปี4จะเป็นตัวยืนกับพูดภาษาอีสานได้   อย่างเช่น   สมมติพี่ปี4พูดภาษาอีสานไม่ได้   ก็จัดน้องปี3ที่พูดภาษาอีสานได้มาอยู่ด้วย    พอแบ่งเสร็จปรากฏว่าเจ้านายผมจับคู่กับไอ้ปั๊มปี3   เจ้านายผมเลยบอกว่าผู้ชายกับผู้ชายมันขี้เกียจ   ถ้าไปออกไม่มีใครจดแน่(ที่จริงมันอยากไปหม้อน้องมากกว่า   ทำเป็นชักแม่น้ำทั้ง5)   พอแบ่งใหม่เจ้านายผมได้(หมายถึงได้มาอยู่กลุ่มเดียวกันนะคับอย่าคิดไปไกล)น้องส้มปี3กับน้องแพรวปี3   ไอ้ปั๊มไปกับไอ้นิ   พี่ปลาไปกับไอ้ปอย   ไอ้เตยไปกับน้องชมพู่น้องกิ่ง

บ้านที่เจ้านายผมไปออกPCUมีอยู่ 2 บ้าน   เคสที่ได้ก็ตรงกับทฤษฎีเป๊ะ ๆ ไม่ซับซ้อนเหมือนกลุ่มอื่น   บ้านแรกเป็นยายอายุ 70 กว่าปี  เป็นเบาหวานมาก่อน   หมอให้ยามาทาน  แต่ยายแกnon compliance  เลยเกิดcomplicationคือ  nephropathy(ไตเสีย)   retinopathy(เรตินาถูกทำลาย)  ข้อมูลที่ได้บอกว่ายายแกตาบอด  แต่พอถามยายแก   ยายบอกว่าก็พอมองเห็นได้นิดหน่อยไม่ถึงกับบอด 100 %   ตอนนี้ยายแกon insulin ฉีด เช้า-เย็น  ก่อนอาหาร   ยังดีที่ลูกสาวคนเล็กของแกคอยฉีดให้เช้า-เย็น   แต่ปัญหาการใช้ยาของยายแกคือ   ยายแกจะได้ยาหลายตัว   เวลาที่ลูกสาวแกไม่อยู่บ้านแล้วต้องทานยาเอง  ด้วยสายตาแกไม่ค่อยดีเวลาจะกินยาก็จะมียาหลุดออกจากมือแกทำให้ได้ยาไม่ครบ   เจ้านายผมก็เลยโชว์ความเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ(มันเนียนไปยังงั้นเองคับ)บอกลูกสาวแกว่า   เวลาที่ลูกสาวแกไม่อยู่แล้วยายต้องทานยาเองให้ลูกสาวแกจัดยาที่ยายจะทานใส่ซองเดียวไว้เลย    ในส่วนอาหารการกินยายแกรู้ว่าอะไรทานได้   อะไรทานไม่ได้แต่บางทีมันก็อดไม่ได้  อย่างมะม่วงสุกแกอยากทานมาก   แกบอกว่าทานทีไรเบาหวานขึ้นทุกที

เคสที่ 2   ป้าแกอายุ 40 กว่า ๆ แต่ลูกสาวแกมีหลานให้แกเลี้ยงแล้ว   เป็นความดันโลหิตสูงเมื่อ 3 ปีก่อน   แต่ป้าแกควบคุมความดันได้ดีมาก   จนความดันเป็นปกติแล้ว   ตอนเป็นแรก ๆ ป้าแกได้ยาCaptopril(อันนี้เจ้านายผมบอกว่ามันใช้ความฉลาดของมันเดาดูเพราะ 3 ปีก่อนป้าแกจำไม่ได้แล้วว่าได้ยาอะไร   แต่ป้าแกกินยาแล้วไอ)   ก็อย่างที่ในวงเล็บบอกไปแล้วว่าป้าแกมีอาการไอ   หมอเลยเปลี่ยนเป็นAtenolol 1x 1   แต่ป้าแกมีอาการปวดศรีษะ   หมอเลยให้ทานครึ่งเม็ด   ก็ปกติดี   ป้าแกมีcomplianceดีมาก   ไปตามนัดไม่เคยพลาด   การปฏิบัติตัวที่หมอแนะนำป้าแกก็ปฏิบัติตามทุกอย่าง

กลับมา   พบว่าไอ้ทวนเป็นไข้   เป็นไข้ก็ไม่น่ากลัวอะไรมากหรอก   แต่ไอ้ทวนมันดันนอนติดกับเจ้านายผมนี่สิ   เจ้านายผมบอกว่าโอ๊ยร่างกายแข็งแรงอย่างเราไม่ติดง่าย ๆ หรอก(ให้มันแน่เถอะเมิง)

ตอนเย็นไปจับพ่อฮักแม่ฮักที่วัดกัน   พ่อฮักแม่ฮักคล้าย ๆ จับบัดดี้   คือ  ชาวบ้านจะจับสลากชื่อเราขึ้นมาได้ใครคนนั้นก็เป็นพ่อฮักแม่ฮักของชาวค่ายคนนั้น   เจ้านายผมบอกว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากเลย   ทำให้เราได้รู้จักกับชาวบ้าน   มีปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน

หลังทานอาหารเย็นฟลุคกับต๋อย  มาชี้แจงกติกาการเล่นกระสือ   กติกาคือแต่ละคนจะจับสลากว่าใครเป็นกระสือ  ใครเป็นหมอผี   โดยกระสือจะมี 2 สายคือสายเอกับสายบี   หมอผีจะมี 3 คน   คนที่เป็นกระสือจะต้องถ่ายทอดกระสือกัน2ต่อ2(คือกระสือกับคนที่จะถูกถ่ายทอดกระสือ)   ถ้ายังเป็นกระสือจนถึงวันสุดท้ายของค่ายจะถูกจับถ่วงน้ำ   ถ้ากระสือเจอหมอผีก็จะถูกจับถ่วงน้ำเช่นกัน   เมื่อถึงวันสุดท้ายถ้าหมอผีจับกระสือไม่ได้ก็จะถูกลงโทษเช่นกัน   มาคอยดูกันว่าเจ้านายเจ้าเล่ห์ของผมจะรอดจากการเป็นกระสือได้หรือไม่

24 ตุลาคม 2550

ตอนเช้าเจ้านายผมไปช่วยทำห้องจริยธรรมแต่ด้วยความขี้โรคของมันทำได้แป๊ปเดียวแพ้ฝุ่น   จาม   มันก็เลยไปช่วยไอ้แม็กปี3กับไอ้ปั๊มทำสวนสมุนไพร   ไปมันก็ไม่ทำไรหรอก   ชี้โน่นชี้นี่ตามประสามันนั่นแหละ   ตอนปลูกต้นไม้ยังให้เด็กในหมู่บ้านขุดหลุมให้มันแล้วมันค่อยเอาต้นไม้ลงแล้วให้เด็ก ๆ เอาดินกลบอีกที

ตอนบ่ายกลุ่มเจ้านายผมเป็นเวรทำอาหารเย็น   เจ้านายผมมันกลัวน้องๆ ว่ามันไม่ช่วยทำอะไร   เพราะมันทำอาหารไม่เป็น   สมเมิง  อยู่บ้านไม่เคยเล้ยจะทำกินเอง   ให้แต่แม่ทำให้กิน  กรรมตามสนองแล้วเมิง  แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์ของเจ้านายผม  มันก็หาทางเอาตัวรอดจนได้  มันเดินเข้าไปในครัวทำเป็นจับนู่นจับนี่   เช็คเตาแก๊ส(ทำให้เหมือนว่ามันเชี่ยวเรื่องทำอาหารแต่จริง ๆ ไม่ใช่เลย)   พอดีมันเหลือบเห็นซึงกับมัน   มันเลยได้คิดว่า  ตอนเด็ก ๆ แม่เคยใช้มันนึ่งมันกัน(ซึ่งเป็นการทำอาหารไม่กี่อย่างที่มันเคยทำถ้าไม่นับทอดไข่กับต้มมาม่า)   มันเลยขออาสาว่า  "ของหวานเย็นนี้เรากินนึ่งมันแล้วกันนะ   เดี๋ยวพี่นึ่งเองคนเดียว" (ที่จริงมันกลัวคนอื่นรู้ว่ามันเนียนเลยขอทำคนเดียวแถมยังดูแมนอีกต่างอีก 2 เด้งเลยนะเมิง)  กะอีแค่นึ่งมันเองมันจะไปยากอะไรวะ

ผมยังแอบขำเจ้านายตอนที่กำลังล้างมันแล้วมีน้องมาถามมันว่า   "พี่เบสทำอาหารเป็นด้วยเหรอ"  "พี่เบสจะทำอาหารเองเหรอ"  เจ้านายผมยังเนียน ๆ ตอบไปว่า  "คับ   แค่ต้มมันเองคับ   ไม่ยากอะไรเลย" (เออแค่ต้มมันเองเอาให้รอดเหอะเมิง)

ในที่สุดเจ้านายผมมันก็แสดงความเอ๋ออกมาจนได้  คือมันก่อไฟเป็นครึ่งชั่วโมงยังก่อไม่ติดเลย   นี่ยังดีได้น้องจิ๊ปปี2ช่วย   ไม่งั้นไม่ได้นึ่งมันแน่เมิง   แล้วมันยังมาแก้ตัวอีกว่า "เนี่ยไฟมันไม่ติด   เพราะถ่านมันไม่ดี" (ไปโทษถ่านซะงั้น)

พอเข้ากล้องขยันทำงานเชียวนะเมิง

นึ่งมันนึ่งเป็นชั่วโมงแต่ยังไม่สุกซักที   พอดีป้าแม่ครัวมาดูความเรียบร้อย   แล้วแกบอกว่าตัวซึงกับหม้อต้มซึงมันคนละชุดกันประกบกันไม่สนิท  ทำให้ไอน้ำระเหยออกไป   มันเลยมันสุกช้า   ป้าแกแก้ปัญหาด้วยการใช้หวด(ที่ใช้นึ่งข้าวเหนียว)นึ่งแทน   เจ้านายผมยังแก้ตัวอีกว่า   ไม่ใช่ความผิดของมัน   แต่เป็นความผิดพลาดทางเทคนิค(ดูมัน ๆ )

 25 ตุลาคม 2550

เจ้านายผมติดหวัดจากไอ้ทวน   ทำให้จามทั้งเช้า(ไงพ่อคนเก่ง)  จามจนคนข้าง ๆ คงรำคาญมันแย่   แล้วมันยังเอาขี้มูกมาป้ายผมอีก(คนอะไรอุบาทว์จริง ๆ )   กิจกรรมทั้งเช้าของวันนี้คือWalk Rally  เจ้านายผมก็ตามสไตล์มันนั่นแหละ  เดินตามน้อง  น้องพาไปไหนก็ไปตาม   ไม่เคยคิดจะช่วยอะไรน้องเลย   มีอยู่RCนึงที่มันช่วยน้องตอบ   แล้วถูกกลุ่มเดียว   มันภาคภูมิใจมากเลย   คือคำถามที่ว่า  โดเรมอนอยู่สโมสรฟุตบอลอะไร 

"ตอบแมนฯยูฯไปเลยน้อง"  เจ้านายผมเสนอขึ้น

"ไมต้องเป็นแมนฯยูฯด้วย"   น้องกิ่งถามขึ้นมา

"มันไม่มีเหตุผลหรอก   เพราะเธอคือเหตุผล เฮ้ย มันเป็นเซนส์มากกว่าพี่ว่าไอ้หยกมันน่าจะตอบแมนฯยฯ"  เจ้านายผมตอบแบบกำปั้นทุบดิน

น้อง ๆ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ยังอุตส่าห์เขียนคำตอบลงให้เจ้านายผม   พวกน้อง ๆ พากันย้อนกลับไปดูอีกที  ก็เลยเห็นที่ฝามิเตอร์ประปาเขียนว่า  MANU   ซึ่งเป็นการยืนยันความขี้เดาของเจ้านายผม(เจ้านายผมมันภาคภูมิใจกับข้อนี้เหลือเกินที่มันตอบได้   คุยอยู่ได้ทั้งวัน   ผมฟังมันโม้จนรำคาญ)

นี่แหละคับRCที่เฉลยว่าMANU(แมนฯยูฯจิง ๆ นะนั่น)

เจ้านายผมน้ำมูกเยอะมาก   เลยหายาแก้แพ้ทาน   ทานเสร็จง่วงมากเลยมานอนที่ห้องพัก   พอเข้ามาในห้องเจอไอ้ปั๊มนั่งอยู่   ไอ้ปั๊มถามขึ้นมาก่อน

"พี่เบสเอาปลอกแขนกัปตันทีมมามั้ยพี่" (วันที่26เรามีการแข่งขันฟุตบอลกับชาวบ้านเจ้านายผมมันเสนอหน้าเป็นกัปตันทีมเอง)

"เอามาดิเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังงี้พี่ไม่ลืมหรอก"

"ปั๊มก็เอาปลอกแขนมาเหมือนกันนะพี่"   พูดยังไม่ทันขาดคำไอ้ปั๊มก็ยื่นบัตรกระสือสายบีให้เจ้านายผม(กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

เจ้านายผมสวนขึ้น "ไอ้ทวนก็อยู่ในห้องถ่ายทอดกระสือได้เหรอ"

ไอ้ปั๊มตอบกลับมา "ไอ้ทวนเป็นไข้ไม่นับมันพี่"

เจ้านายผมคิดในใจ   ไม่นับก็ไม่นับวะ  แต่กรูเจ็บใจ ๆ

แล้วมันยังมีการมาแนะนำอีกว่า   "พี่นอนรอเหยื่ออยู่ห้องนี้นี่แหละเดี๋ยวก็มีคนมา"

เออมันก็จริง   ห้องพักนี่แหละมีความเสี่ยงที่จะถ่ายทอดกระสือที่สุด   คิดได้ดังนั้นมันเลยนอนรอเหยื่อ   สักพักนึงไอ้แบ๊กปี4ก็เดินเข้าพอ

เจ้านายผมพูดล่อไอ้แบ๊ก  "โห   แบ๊กสุดยอดเลย"

ไอ้แบ๊กก็ตอบกลับมาว่า   "พี่เบสนั่นแหละ  สุดยอดเลย"

ขณะที่เจ้านายผมกำลังจะยื่นบัตรกระสือให้ไอ้แบ๊ก   พี่เดช(เคยเป็นกระสือก่อนหน้านั้นแล้ว   ตามกติกาคนที่เป็นกระสือแล้วจะไม่เป็นอีก)มาจากไหนไม่รู้เดินเข้ามาในห้องพอดี   เจ้านายผมคิดในใจมาช้าไม่มา   ไม่เร็วไม่มา  ทำไมต้องมาตอนนี้ด้วยวะ

แต่ในที่สุดเจ้านายผมก็ปล่อยกระสือจนได้   หลังจากทานข้าวเสร็จที่อาคารอเนกประสงค์   ไอ้นิออกมาอ่านmirrorที่หน้าอาคารอเนกประสงค์   เจ้านายผมมองซ้ายมองขวาไม่มีใครเห็น   เดินไปข้างหลังไอ้นิแล้วยื่นบัตรกระสือให้   ยื่นเสร็จยังทำเป็นมานั่งอ่านmirrorด้วยหน้าตากระหยิ่มยิ้มย่อง(เลวมากเมิงไอ้นิคิดในใจ)

26 ตุลาคม 2550

กิจกรรมตอนเช้ามีเดินรณรงค์ไข้เลือดออกเพราะบ้านดอนก่อกกเหลี่ยมเป็นพื้นที่สีแดงที่มีการระบาดของไข้เลือดออก   และรณรงค์เกี่ยวกับเลิกเหล้าเลิกบุหรี่   แต่ที่ฮามากคือ พี่เดช  แกจะแต่งตัวได้เหมือนวัยรุ่นในหมู่บ้านมาก   ขณะเดินยังมีการแสดงเล็ก ๆ แล้วพี่แกแสดงเป็นคนเมาได้เหมือนมาก  ประมาณว่าจ้างมา 100   พี่แกแสดงไป 120 เลยนะนั่

 

ที่เห็นในรูปไม่ใช่เด็กวัยรุ่นในหมู่บ้านนะคับแต่เป็นพี่เดชของเราน่ะเอง

ตอนบ่ายมีแข่งกีฬาฮาเฮเจ้านายผมถูกไซโคให้ไปแข่งด้วย   แต่มันอายมันเลยล็อบบี้ผมไม่ให้พูดถึงตอนมันแข่งกีฬาฮาเฮ   ต่อจากนั้นก็เป็นการแข่งขันฟุตบอลกับชาวบ้านโดยที่เจ้านายผมเป็นกัปตันทีม   ครึ่งแรกทีมเรานำไป1-0จากการยิงของไอ้ปั๊ม   ครึ่งหลังชาวบ้านมาตีเสมอเป็น1-1   แต่ไอ้ปั๊มก็มายิงนำเป็น2-1

 นี่แหละคับเจ้านายผมทำหน้าที่เป็นกัปตันทีม(ถ่ายยังกะมันคิดว่ามันหล่อมาก)

ทีมคณะเภสัชศาสตร์  ขอนแก่น แพ้ไป3-2  น้องเสื้อฟ้าที่2จากขวา เป็นโกลรับเชิญทีมเราคับ 

นักบอลทีมเราเหนื่อยเลยเปลี่ยนไอ้อ๊อฟผีหอ5ลงมา  พอลงมาเรียกได้ว่าเป็นตัวทำลายเกม(ทำลายทีมตัวเอง)อย่างแท้จริง(อันนี้แซวเล่นนะคับน้อง   อย่าถือโทษโกรธกันเลย)  ไอ้อ๊อฟผีหอ5สกัดบอลไปให้ฝ่ายตรงข้ามยิงทีมตัวเองซะงั้น สกอร์เลยมาเป็น2-2   แล้วชาวบ้านมายิงเพิ่มได้อีกเป็น3-2  สรุปคือเราแพ้ชาวบ้านไป3-2

 นี่ก็คือโฉมหน้าของอ๊อฟผีหอ5(ไปโกรธใครมาคับเนี่ย)

ตอนเย็นมีการแสดงรอบกองไฟ   เกือบมีเหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้นแล้ว   เมื่อไอ้นนท์ปี2เป็นanaphylactic ถูกมดกัด   ยังดีที่ส่งโรงบาลแกดำทัน

แต่ไฮไลต์ของคืนนี้กระสือทั้ง 2 สายถูกจับได้  มาเริ่มที่ตัวแรกเลยดีกว่า   ไอ้ปริ๊นซ์ที่เป็นกระสือกะจะถ่ายทอดกระสือให้ไอ้ณัฐปี3โดยทำเป็นเอาบัตรกระสือใส่ถุงขนมแล้วเอาไปให้ไอ้ณัฐกิน   ไอ้ปริ๊นซ์คงคิดในใจพอเมิงควักออกมาสะใภ้ เฮ้ย สไปซ์ เฮ้ย เซอร์ไพรส์แน่เมิง   แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตรคือไอ้ณัฐดันเป็นหมอผีซะงั้น

รายต่อมาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองถูกหมอผีจับ  คือน้องแมงกวางปี1  เหตุเกิดก่อนเปิดใจ  น้องแมงกวางกำลังหาเหยื่อถ่ายทอดกระสือ   พอดีเห็นน้องกิ่งนั่งอยู่คนเดียวเลยยื่นบัตรกระสือให้   ไอ้กิ่งยังใจสปอร์ตบอกน้องแมงกวางว่าตัวเองเป็นหมอผีให้น้องแมงกวางไปหาเหยื่อรายใหม่   น้องแมงกวางไม่เชื่อคิดว่าไอ้กิ่งเล่นสงครามจิตวิทยาเลยถูกไอ้กิ่งจับซะงั้น(เฮ้อ เวนกำจิง ๆ )

27 ตุลาคม 2550

หลังจากที่เก็บสัมภาระขึ้นรถแล้ว   พวกเราก็พากันไปพระธาตุนาดูน   เจ้านายผมบอกว่ามาที่นี่เมื่อ 10ปีกับ5เดือน   ตอนนั้นเดือนพฤษภาคม 2540  เจ้านายผมมาปฐมนิเทศน์   แล้วโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามพาไปทัศนศึกษาที่พระธาตุนาดูน   เจ้านายผมบอกว่าคราวก่อนมาพระธาตุนาดูนแค่แป๊ปเดียวเอง   แต่อาจารย์พาไปสวนรุกขชาติที่อยู่ใกล้กันซึ่งใช้เวลานานกว่า  เพราะ ที่สวนฯจะแสดงวิถีชีวิต  การอยู่อาศัยของชาวอีสานในสมัยก่อน

เจ้านายผมบอกอีกว่าถ้าเราไปที่ไหนแล้วเรารู้สึกว่าจะได้มาอีก   เราก็จะได้มาอีก  ถึงจะมองมุมไหนแล้วคงไม่มีโอกาสจะมาอีกก็เหอะ   อย่างพระธาตุนาดูนก็เช่นกัน(อารมณ์ไหนของมันวะ)

ตอนไปเที่ยวพระธาตุนาดูน/ซ้าย-ขวา ไอ้เตย,เจ้านายผม,ไอ้นิ,พี่ปลาและไอ้หยก

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของค่ายหมอยา4

1. คำพูดที่ฮิตติดปากคือ เชส กับ ซี้ดบั๊บ ๆ อยากรู้ที่มาว่าเป็นไงถามไอ้หยกกับน้องจี๊ดดูนะคับ

2. ไอ้ทวนแทนที่จะมาออกค่ายก็มาออกไข้ซะงั้น(แถมเอาหวัดมาติดเจ้านายผมอีก)  ไม่เป็นไรคราวหน้าเอาใหม่ไอ้น้อง

3. ฉายาผีหอ5มีที่มียังไงถามอ๊อฟเอาเองนะคับ

4. คำถามที่ไม่มีคำตอบคือ  พี่ปลาอายุเท่าไหร่   เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้กัน  แต่ไม่ต้องถามกันนะคับเพราะพี่แกสะเทือนใจ   บางคนถึงกับตั้งbaselineอายุพี่แกไว้ที่ 30   ว่ามากกว่าหรือน้อยกว่า(ล้อเล่งนะคับคุนพี่ปลา)

5.ขอขอบคุณชาวบ้านบ้านดอนก่อกกเหลี่ยมมากนะคับ  สำหรับของฝาก  ของต้อน   ถึงเจ้านายผมจะบอกว่า   ไม่เป็นไรคับ   ไม่เอาหรอกคับ(แต่ใจมันอยากได้เต็มแก่  ปากพูดอยู่นั่นแต่มือมันไปแล้ว) 

นี่ก็เป็นรูปแถมไว้ดูกันเล่นๆ 

 

 

 

 

 

edit @ 16 Jan 2008 06:21:30 by Frankie8

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
มา อง ไอ้ อารายว่ะ...เฮ้ย!

ให้เกียรติหน่อยดิ๊

ก้อดีที่พี่เบสท์ไม่ไปกะผู้ชายด้วยกัน หุหุ


ป.ล.เออ บัตรกระสือน่ะ ทำกันได้ น้องนุ่งไม่ละเว้น..angry smile
#1  by  olekani (202.28.117.232) At 2008-01-01 21:37, 
ห้าห้าห้า

เสือเบสท์สุดยอด

แต่...อย่ามาก้อง
#2  by  หยก (61.91.165.133) At 2008-01-02 07:26, 
sad smile ขำ

สวัสดีปีใหม่ 2551 ค่ะ

ขำกลับบลอกเลย confused smile confused smile confused smile
#3  by  tungmay At 2008-01-02 09:55, 
น่ารักดีค่ะ
สัมพันธไมตรีดีดี ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง confused smile confused smile

สวัสดีปีหนูทองมีความสุขมากๆ นะคะ confused smile
#4  by  !2know ++ At 2008-01-02 11:39, 
เห็นภาพแล้วนึกถึงตอนเข้าค่ายลูกเสือสมัยประถมจัง
หุงข้าวสุกๆดิบๆ หุๆๆsad smile
Happy new year ครับ
#5  by  Ripley At 2008-01-02 15:43, 
โอ้ววว อยากไปค่ายยย
#6  by  Luna~ At 2008-01-02 19:35, 
ตอบ นิ
ไอ้เรื่องกระสือน่ะ ทำไงได้ไม่มีทางเลือกมันต้องเอาตัวรอด5555
ตอบ เชสหยก
อย่ามาก้องคืออย่ามาเกรียนใช่ปะ55555
ตอบ พี่tungmay
หวัดดีปีใหม่คับ ทำให้คนขำได้ก็โอแล้วคับ
ตอบ i2know
สวัสดีปีใหม่คับ 55สัมพันธภาพแนบแน่นมาก
ตอบ Ripley
หวัดดีปีใหม่คับ ไปค่ายคราวนี้สนุกมากคับ ผมว่าชีวิตที่เรียนมหาลัยน่าจะมีซักครั้งนะคับที่ไปออกค่ายกัน
ตอบ Luna
คับออกค่ายสนุกมากคับหาทางไปให้ได้นะคับ ถ้าไปค่ายสร้างก็จะเป็นอีกฟีลนึงเลย
#7  by  Frankie8 At 2008-01-02 20:01, 
สวัสดีปีใหม่ค่ะbig smile
#8  by  VAR At 2008-01-04 18:08, 
ทีมบอลยังกะทีมชาติไทยเลยค่ะconfused smile
มุ่งมั่นมาก

เอ๊ะ หมอยานี่เภสัชปะคะ (กลัวหน้าแตกจัง)
#9  by  ...Memory time... At 2008-01-05 18:05, 
ตอบเบสท์

อย่ามาก้องคือ
อย่ามาเนียนต่างหากเล่า ไม่ใช่อย่ามาเกรียนซะหน่อย
#10  by  หยก (61.91.165.153) At 2008-01-06 06:08, 
ตอบ VAR
คับ
ตอบ memory time
ใช่คับหมอยาก็คือเภสัชนี่เองคับ เข้าใจถูกแล้ว
ตอบ เชสหยก
ที่ว่าก้องคือเกรียนเพราะตอนปีใหม่แกตัดผมสั้นจนหัวเกรียนไง ส่วนไอ้เรื่องเนียนรู้อยุ่แล้วbig smile
#11  by  Frankie8 At 2008-01-08 08:09, 
เป็นประสบการ์ณที่ดี นะฮ้าdouble wink
#12  by  hiney* At 2008-01-09 10:14, 
ชื่นชมครับ
คิดถึงการเตะบอลจัง
#13  by  Brawatcher At 2008-01-14 23:39, 
ขอบคุนนะคะที่ไปแฮปนิวเยียให้

วันนี้แวะมาบอกว่า

จะปิดบล็อคแล้วค่ะ

#14  by  IMD At 2008-01-15 22:00, 
เชสสสส ถ้ากรุผมไม่ติดค่ายภาษี นี่ กรุผมไม่มีทางพลาดค่ายนี้หรอกคร็บบบ
#15  by  Frankie8 At 2008-03-18 20:51, 
โอ้ย...
อ่านแล้วเหนื่อยเหมือนไปออกรบเลย
แต่สนุกดีค่ะ ได้ทำอะไรดีๆด้วย
sad smile
#16  by  Tanpatan At 2008-05-15 12:19, 

<< Home