ช่วงนี้ผมกำลังอยู่ในช่วงสอบคับ หลังสอบเสร็จก็จะต้องไปฝึกงานอีก ผลัดแรกผมได้ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ไม่รู้ว่าหอพักที่ผมจะไปพักมีเน็ตให้มั้ย เน็ตเร็วรึป่าว ตอนฝึกงานมันจะมีเวลาว่างมาเล่นเน็ตมั้ย กังวลไปซะทุกอย่างคับ ก็เลยมารีบ ๆ อัพกลัวว่าไปฝึกงานแล้วจะไม่ค่อยมีเวลาได้อัพ มาคราวนี้ก็เป็นบันทึกชีวิตการบวชผมเช่นเคยคับ เป็นวันที่ 6ที่ผมบวชที่วัดภูหล่มขุม(แต่มึงกว่าจะอัพจนถึงวันที่6ก็ปาไป9เดือนแล้ว) เหตุที่เพิ่งถึงวันที่ 6 ก็เพราะว่าผมก็สอดแทรกเรื่องอื่นไปด้วยตามแต่อารมณ์จะพาไป(HA) ถ้าเกิดเอาแต่บันทึกชีวิตการบวชของผมมันคงน่าเบื่อแย่เลย
DAY 6 : ลงอุโบสถศีล
วันนี้เป็นวันลงอุโบสถศีล การลงอุโบสถศีลจะลงทุก ๆ 15 วันบ้าง 14วันบ้าง พิธีการโดยคร่าว ๆ จะมีพระ 1 รูปขึ้นสวดปาติโมกข์บนธรรมมาส แล้วจะมีพระอีกรูปนั่งข้าง ๆ ธรรมมาสคอยเปิดบทสวดปาติโมกข์ตามเผื่อว่าพระที่ขึ้นสวดสวดผิด จำท่อนนั้นท่อนนี้ไม่ได้ก็จะได้บอก
การสวดปาติโมกข์จะสวดศีล 227 ข้อเป็นภาษาบาลี ซึ่งมันยาวมาก ๆ ประมาณหนังสือ 1 เล่ม ก็คือท่องหนังสือ 1 เล่มมาสวดนั่นเอง(ไม่รู้จำได้ไงเยอะขนาดนั้น)
การลงอุโบสถศีลหรือการสวดปาติโมกข์ถ้าเปรียบกับฆราวาสง่าย ๆ ก็คือว่า ฆราวาสปกติจะมีการสมาทานศีล รับศีล พระก็มีเหมือนกันแต่เป็นสวดปาติโมกข์ ก่อนจะลงอุโบสถศีลจะต้องปลงอาบัติก่อน ถ้าเป็นพระพรรษาน้อยกว่าขอปลงพระที่พรรษาแก่กว่าจะมีบทสวดอีกบทนึง แต่พระพรรษาเยอะกว่าขอปลงกับพระพรรษาน้อยกว่าก็จะมีบทสวดอีกบทนึง การปลงอาบัติก็เพื่อทำให้ตัวเรามีศีลที่บริสุทธิ์ ก่อนที่จะไปรับศีล 227 ข้อ
พิธีลงอุโบสถศีลเริ่ม 12.30 น. ประมาณ 5 โมงกว่า ๆ ผมออกจากกุฏิมาที่โรงน้ำร้อน(หลังจากทำความสะอาดประมาณบ่าย4พระแต่ละรูปจะมาฉันน้ำปานะกันที่โรงน้ำร้อน) วันนี้ร้อนมากกะจะมากินโค้กคลายร้อนหน่อย(ดูมันขนาดบวชกิเลสยังหนา) พอมาถึงผมเห็นพระท่านอื่น 2 รูป ที่น่าจะมาจากวัดอื่น พระ 2 รูป รูปนึงนั่งเก้าอี้ไม้กำลังง่วนอยู่กับโทรศัพท์มือถือ ท่านอายุประมาณ 50 ได้ พระอีกรูปยังดูหนุ่ม ๆ อยู่ในวัยกลางคนในคุกเข่าคอยอุปฏาก มาทราบอีกทีว่าท่านชื่อพระอาจารย์รัตน์ ครูบาอู๊ดเข้ามาสะกิดผมให้มากราบครูบาอาจารย์ นั่นคือ พระใส่แว่นตาที่นั่งบนเก้าอี้ไม้นั่นเอง
ที่ศาลา ก่อนจะเข้าศาลาทำพิธีลงอุโบสถศีลผมเห็นหลวงพ่อวิรัชคุยกับพระแก่อายุประมาณ60-70ปี มีหงอกขาวโพลงทั่วหัว รูปร่างผอม เรื่องที่คุยเป็นเรื่องเม็ดเล็ก ๆ ขาว ๆ 10 20 เม็ดในถุงพลาสติกที่กองบนพื้น พระผมหงอกมาทราบทีหลังว่าชื่อหลวงพ่อตุ๊บวชได้พรรษาเดียว หลวงพ่อตุ๊ยื่นถุงพลาสติกให้พลวงพ่อวิรัชดู พอคุยกันเสร็จ หลวงพ่อตุ๊ถามว่า ครูบามาจากวัดไหน บวชได้กี่วัน ผมก็ตอบไปตามนั้น
คุยกับหลวงพ่อตุ๊ได้ซักพักผมเลยขอดูเมล็ดที่แกเอาให้หลวงพ่อวิรัชดู แกบอกว่ามันเป็นยาเส้น คลายปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซื้อจากชายแดนเขมร ผมก็เลยหยิบมาดูรู้สึกว่าน่าจะเป็นเมล็ดตูมกาแดงหรือแสลงใจหรือStrychnos nux-vomica(ทำเป็นอวดรู้นักมึง)
พิธีลงอุโบสถศีลเป็นไปตามคาด คือ น่าเบื่อ ร้อน ปวดเมื่อยขา พระที่ขึ้นธรรมมาสคือพระอาจารย์รัตน์(ที่อุปฏากพระที่ใส่แว่น) และมีครูบาโน้ตคอยนั่งเปิดบทสวดปาติโมกข์ตามไปด้วย การสวดปาติโมกข์ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1ชั่วโมงครึ่ง (แล้วแต่ความไวในการสวดและความสามารถในการจำบทสวดของพระแต่ละท่าน) โหผมนั่งพับเพียงเป็นชั่วโมงได้ด้วยหรือเนี่ยไม่เคยนึกเลยว่าชีวิตนี้จะนั่งพับเพียบนานขนาดนี้
หลังพิธีผมเพิ่งรู้ว่าครูบาโน้ตก็สวดปาติโมกข์ได้การลงอุโบสถศีลคราวก่อนท่อนก็ขึ้นธรรมมาส จากที่ถามท่านท่านบอกว่าท่านใช้เวลาท่อง 3 เดือน ท่านบอกว่าท่านท่องทุกวันทั้งตอนทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นพอท่องเรื่อย ๆ ก็จำได้เอง(ขนาดนั้นเชียว)
ติดตามอ่านDAY 1-5 ได้ตามนี้นะคับ
อ้อ ลืมไปมี DAY 0 ด้วยคับ
edit @ 27 Feb 2008 12:44:26 by Frankie8