2008/Mar/29

 

Go back to the past part I in 1984 :

บันทึกฝึกงานผลัด1    Episode 3

โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์   จังหวัดอุบลราชธานี

อ่านEpisode I ได้ที่นี่

อ่านEpisode II ได้ที่นี่

17 มีนาคม 2008

 Isoniazid : Drug induce Hellllllllll!

ผมอยู่อุบลได้อาทิตย์นึงพอจะสังเกตอะไรบางอย่างได้คือ  "ภาษาอีสาน"   แต่ก่อนผมเข้าใจว่าภาษาอีสานที่ผมพูดจะพูดเป็นสำเนียงเหมือนกันหมดในจังหวัดที่มีการพูดภาษาอีสาน   แต่พออยู่อุบลได้อาทิตย์นึงหลังจากที่ได้ฟังคนอุบลเนี่ยนคุยกันทั้งในโรงบาล  ร้านอาหาร  ที่อื่น ๆ ทำให้ทราบว่าคนอุบลเนี่ยนพูดภาษาอีสานเหมือนกันแต่สำเนียงจะเป็นอีกแบบนึง   ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี  ถ้าเป็นคนที่พูด ฟังภาษาอีสานได้จะรู้ว่ามันจะแปร่ง ๆ จากที่ตัวเองเคยพูด   เคยฟัง

จะขอยกการพูดเหน่อมาประกอบความเข้าใจกันนะคับ   ถ้าเป็นคนสุพรรณ ราชบุรี  นครสวรรค์ก็จะพอรู้นึกภาพออกกันนะคับ   คือเราเข้าใจกันแล้วนะคับว่าคนสุพรรณพูดเหน่อ   แต่คนราชบุรี   นครสวรรค์ก็พูดเหน่อเหมือนกันนะคับ  เวลาคนพูดเหน่อกันอย่างผมหรือใครที่พูดเหน่อไม่เป็นจะแยกไม่ออกว่าเป็นเหน่อแบบไหน   แต่ถ้าเป็นคนที่พูดเหน่อได้ก็จะพอรู้ว่าพูดเหน่อแบบนี้เป็นคนที่ไหน

อาทิตย์นี้ผมได้มาประจำการที่ห้องยา 1   ซึ่งเป็นห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอกเหมือนห้องยา 3   แต่คนไข้ที่มารับยาห้องยา1จะเป็นคนไข้อายุรกรรม   พวกโรคเรื้อรังทั้งหลาย   อย่าง  โรคเบาหวาน   หัวใจ   โรคข้อและกระดูก   อุบัติเหตุฉุกเฉิน   เปิดตลอด 24 ชั่วโมง(แต่ผมฝึกจากแปดโมงเช้าถึงสี่โมงเย็นเท่านั้น)   มีพี่อ่อRx'11  รุ่นเดียวกับอ.เคี้ยง,อ.เอ๋อัจฉราวรรณ  เป็นหัวหน้าห้องยาที่นี่   และมีพี่เบิร์ดก็จบขอนแก่นเหมือนกันแต่ได้ถามพี่แกว่ารุ่นไหน

วันนี้มีน้องปี2  3คนมาฝึกด้วย   เป็นการเก็บชั่วโมงฝึกงาน   เรียกว่าเป็นการสังเกตการณ์มากกว่า   ตามเงื่อนไขการฝึกงานปี4   จะต้องฝึกงานปี2และปี3ปีละ 40 ชั่วโมงถึงจะฝึกงานตอนปี4   ซัมเมอร์ได้   แต่น้องไม่ได้สังก่งสังเกตไรหรอก   วันนี้น้อง ๆ ก็ จัดยาทั้งวัน   ก็ไม่แปลกอะไรสำหรับโรงบาลใหญ่ ๆ คนก็จะเยอะอยู่แล้วแทบจะไม่ได้สังเกตอะไร   แต่ถ้าไปโรงบาลอำเภอหรือโรงบาลชุมชน   ผมว่าน่าจะเป็นการสังเกตทึ่แท้จริง   เพราะตอนที่ผมไปฝึกตอนปี 2   พี่เขาให้เราจัดยา   pre-packยาก็จริง   แต่ได้ทำแป๊ปเดียวให้พอรู้ว่าทายังไง   นอกนั้นพี่เขาจะให้เรารู้ระบบงานในห้องยาว่ามีอะไรบ้าง   ทำอะไร   อย่างเช่น   การติดตามADRหรือผลข้างเคียงจากการใช้ยาแล้วส่งรายงาน   การบริหารคลังยา   การใช้ยาเทคนิคพิเศษ   การจ่ายยา   ไม่น่าเชื่อว่าแค่ 5 วันที่ที่ฝึกโรงบาลอำเภอจะได้อะไรมากมายขนาดนี้   พอมาฝึกตอนปี 4ก็ไม่ต้องเรียนรู้อะไรมาก   พอเข้าใจระบบงานคร่าว ๆ ของโรงบาล(โม้ใหญ่แล้วมึง)

สายหน่อยพี่อ่อให้มาคัดกรองยา   ตรวจเช็คยาก่อนจ่ายว่า   ยาที่จัดตรงตามใบสั่งหรือไม่   วิธีให้ถูกต้องหรือไม่  ฯลฯ

ตอนบ่ายพี่เปลี่ยนให้มาจ่ายยา   ก่อนเรื่องจนได้   เริ่มจากเห็นยาและใบสั่งยา   มียาที่ใช้รักษาวัณโรค 4 ตัว   bactrim(ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย)   Fluconazole(ยาฆ่าเชื้อรา)   พอเห็นใบสั่งยาปุ๊ปทำให้รู้เลยว่าคนไข้นอกจากจะเป็นวัณโรคแล้วยังมีโอกาสเป็นเอดส์ด้วย   เพราะ   ได้ยาปฏิชีวนะที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อ   เนื่องจากผู้ป่วยโรคเอดส์ภูมิคุ้มกันบกพร่องอยู่แล้วจึงให้ยาป้องกันการติดเชื้อ   แต่เนื่องจากผู้ป่วยเป็นวัณโรคด้วย   จึงรักษาวัณโรคก่อน

คือไม่กลัวที่คนไข้เป็นเอดส์เพราะเอดส์มันไม่ได้ติดง่าย ๆ แต่กลัวติดวัณโรคมากกว่า   เพราะ   ติดต่อกันได้ทางลมหายใจ   มันเคยเกิดกับอ.หมอสุดาที่ติดเชื้อวัณโรคจากคนไข้(แต่อาจารย์รักษาหายแล้ว)   ก็เลยรีบอธิบายรีบจ่าย   ทำให้ยาIsoniazid (ยาวัณโรค)   หล่นจากตะกร้าแต่ผมไม่ได้สังเกตเพราะรีบจ่าย   ผ่านไปซักพักเพิ่งรู้ว่ายายังไม่จ่าย   ตายแล้วกู!!!!!!!!!

ถ้าลืมจ่ายยาตัวอื่นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร   แต่ยาวัณโรคเป็นยาที่ต้องกินให้ตรงตามเวลาที่หมดสั่ง   จะขาดหรือผิดตามแผนการกินไม่ได้   เพราะเชื้อวัณโรคเป็นเชื้อที่ดื้อยา   ถ้าเกิดดื้อขึ้นมาจะหายาที่รักษาตัวที่ดื้อยากทำให้คนไข้ไม่มีโอกาสหาย   และถ้าเชื้อที่ดื้อไปติดคนอื่นยาตัวเดิมที่ใช้อาจใช้ไม่ได้ผมหรือใช้เวลารักษานานกว่าปกติ

พี่ ๆ วุ่นกันใหญ่   พี่ต๋าโทรไปสอบถามเบอร์ที่ติดต่อได้ของคนไข้แล้วโทรไปหาคนไข้   แต่ดันซวยเข้าไปอีกเพราะเบอร์ที่ได้เป็นเบอร์ญาติไม่ใช่เบอร์คนไข้   สุดท้ายก็ต้องส่งยาทางไปรษณีย์ไปให้คนไข้

แต่ก็แปลกพี่ ๆ เขาดูไม่ซีเรียสกับความสะเพร่าของผมมากเท่าไหร่(พี่ ๆ เขาอาจคิดในใจก็ได้แต่ไม่แสดงออกมา)   แต่สำหรับผมแล้วถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายทีเดียว   ถึงจะเอาคำว่านักศึกษาฝึกงานมาอ้างก็เหอะแต่ถ้าเราเป็นเภสัชจริง ๆ ถือว่าใช้ไม่ได้ทีเดียว

18 มีนาคม 2008

จากการที่ผมฝึกงานมา 2 อาทิตย์   งานที่ผมพยายามเลี่ยงได้เลี่ยงหรือพูดง่าย ๆ คือ   เป็นงานที่ไม่อยากทำคือ   รับใบสั่งแพทย์มาkey comเพราะ

1. ลายมือแพทย์ส่วนใหญ่อ่านยากมาก   แกะยากมาก   บางตัวอ่านไม่ออกเลย   ต้องถามพี่เจ้าพนักงานทำให้เสียเวลาอีก

2. ถึงอ่านลายมือหมอออก   ก็ไม่รู้จะkeyว่าไง   เพราะ   ระบบการkeyของโรงบาลจะใช้อักษรที่ออกเสียง เช่น Amoxycillin ก็จะคีย์ว่า AMXCL   แต่ความยากไม่ได้อยู่ตรงนี้สิคับ   ความยากคือเราไม่รู่ว่ายาที่หมอต้องการเขาคีย์แบบไหน   อย่างเช่น Diclofenac แทนที่จะคีย์ DCFN   แต่กลับเอาชื่อการค้ามาคีย์แทนเป็น Voltaren>>>>VTR   อีกอย่างบางทีพอเขาเขียนชื่อการค้า   แล้วเราไม่รู้ว่าเป็นยาอะไร

3. ยาบางตัว   หมออาจเปลี่ยนวิธีกินจากที่โปรแกรมมันเซ็ตเอาไว้   คือปกติเวลาเราคีย์ยาออกมา   ในนั้นจะมีวิธีกินให้ด้วย   แต่ถ้าในใบสั่งแพทย์เปลี่ยนวิธีกินเราก็ต้องเข้าไปเปลี่ยนวิธีกินตามที่แพทย์สั่ง

เมื่อวานไอ้จีนคีย์คอม   มันก็เลี่ยงไม่ได้แล้วที่ผมจะไม่ไปคีย์   เพราะเมื่อวานผมไม่ได้ทำ   ส่วนบุ๋มรู้สึกจะมีความสุขกับการจัดยา   เพราะมันสนุกดีบุ๋มให้เหตุผล(ตรงไหนวะตูเดินจนขาลาก)  

19 มีนาคม 2008

เขาคงมีเหตุผลของเขา

19-29 มีนาคม 2551   จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติหรือ ดอกบัวเกมส์   ทางห้องยา1ก็ได้รับผลกระทบด้วย  เพราะ  จ่ายยาพวกอุบัติเหตุฉุกเฉินด้วยเผื่อคนไข้เป็นนักกีฬาแข้งขาหักอะไรประมาณนี้  

กีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่24หรือดอกบัวเกมส์ความภาคภูมิใจของชาวอุบล

ดังนั้นยาที่มีความถี่ในการจ่ายมากกว่าภาวะปกติคือ   ยาคลายกล้ามเนื้อ   ยาแก้ปวด   มีทุกรูปแบบทั้งกิน  ทา  ฉีดก็ยังมีเลยคู้น   และยาที่จัดให้นักกีฬาดอกบัวเกมส์จะถูกจัดให้ก่อนด้วย

เรื่องที่พี่เจ้าพนักงานคุยกันขณะจัดยาคงหนีไม่พ้น  talk of ดอกบัวเกมส์   แต่มีเรื่องตลกคือ   พี่เจี๊ยบพี่เจ้าพนักงานแกมักจะเรียกชื่อการแข่งขันผิดทุกทีทั้ง ๆ ที่พี่แกก็เป็นคนอุบล   แกมักจะเรียกว่า ลำดวนเกมส์   ที่จังหวัดศรีสะเกษเป็นเจ้าภาพและมันก้ผ่านมานานหลายปีจนผมก็จำไม่ได้แล้ว   ไม่รู้ว่าพี่แกมีความทรงจำอะไรกับลำดวนเกมส์

Talk of ดอกบัวเกมส์ก็จะเป็นเรื่องประมาณว่านักกีฬาจังหวัดไหนหล่อ   เล่นกีฬาอะไร   กาบัดดี้เล่นกันยังไง(ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน)ก็ยังมีการเถียงกันไปมาว่ามันเล่นกันประมาณนี้   พิธีเปิดเป็นไง   คนที่ไปดูเองก็จะมีเรื่องเมาท์อีกแบบ   คนที่ดูทางทีวีก็จะมีมุมมองในการเล่าอีกแบบ   ส่วนกูไม่มีไรจะคุยด้วยได้แต่ยืนฟังพร้อม ๆ กับจัดยา   ถ้าคุยกันว่าลิเวอร์พูลจะแพ้แมนฯยูฯกี่ลูกอันนี้ก็ว่าไปอย่าง

ตามขั้นตอนการจ่ายยาจะเริ่มจากเราเอาตะกร้ายาของคนไข้มาเช็คดูว่ามียาอะไรบ้าง   จะให้คำแนะนำอะไรบ้าง   ต่อมาเรียกชื่อคนไข้   รอสักพักนึง   คนไข้เจ้าของยาจะมาตามเคาเตอร์ที่เราเรียก   เราก็จะจ่ายยาพร้อมกับให้คำแนะนำคนไข้   หลังจากที่ผมเรียกชื่อคนไข้มารับยา   คนไข้จะมารับภายใน 1 นาที   ถ้าเกินนั้นแสดงว่าคนไข้ไม่อยู่เราจะต้องเขียนชื่อคนไข้บนwyboardเผื่อคนไข้มาถึงจะได้รู้ว่าเขายังไม่ได้รับยา  

ผมมักจะหงุดหงิดเล็ก ๆ เวลาคนไข้ไม่มาเอายา   เพราะ  ผมต้องลำบากเขียนชื่อคนไข้ที่ยังไม่ได้รับยาบนwyboard   พอคนไข้มาตามเอายาผมก็ต้องไปค้นยามาให้คนไข้อีก   กับการที่คนไข้มาเอายาช้า   เราต้องออกแรงเพิ่มอีก   ทำให้ผมที่มักเป็นคนอารมณ์เสียง่าย   หงุดหงิดเล็ก ๆ แต่จากเหตุการณ์วันนี้คงทำให้ผมใจเย็นขึ้น

เหตุการณ์แรก   ผมได้จ่ายแคลเซียมบำรุงกระดูก   หลังจากที่ผมประกาศชื่อคนไข้พักใหญ่ ๆ ยังไม่มีคนไข้มารับยา   ผมเลยตะโกนเรียกอีกครั้ง เอ้ย! ไม่ใช่เรียกด้วยน้ำเสียงสุภาพ ๆ อีกครั้งนึง   แต่ยังไม่เห็นคนไข้   ขณะที่ผมกำลังเขียนชื่อคนไข้บนwyboard   ผมเห็นคนไข้เดินมาด้วยไม้ค้ำอย่างเร่งรีบ   ที่ขาซ้ายถูกห่อด้วยเฝือก   คนไข้น่าจะมีอาการกระดูกหักที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ๆ ไม่ทราบได้   การแต่งตัวคนไข้เหมือนเขาจะมีฐานะยากจนและที่น่าสงสารคือ   ไม่มีญาติคอยดูแลจัดการธุระส่วนตัวให้แถมยังเดินลำบากอีก   หลังจากที่ผมจ่ายที่ผมจ่ายยาไปแล้วคนไข้ยังอุตส่าห์ยกมือไหว้ขอบคุณผมอีก

เหตุการณ์ต่อมาเป็นคนไข้โรคเอดส์   ผมจ่ายยาให้คนไข้โรคเอดส์มาหลายเคสแล้ว   ที่ผ่านมาคนไข้ก็สามารถมารับยาเองได้   แต่พอมาเคสนี้ไม่เหมือนที่ผมเคยจ่ายมาและแตกต่างกันออกไป   หลังจากที่ผมประกาศชื่อครั้งแรกไปพักนึงคนไข้ยังไม่มาเอายา   ผมประกาศเป็นครั้งที่2   ภาพที่ผมเห็นต่อมาคือหญิงแก่ ๆ คนนึงเดินพาคนไข้ซึ่งน่าจะเป็นลูกสาวแก   จากที่ผมดูใบสั่งยาคนไข้อายุยังน้อยอยู่เลยประมาณ 40 ปี   คนไข้ผอมมากผอมจนเนื้อติดกระดูก   ผมเห็นตาดำคนไข้ลอยสูงชิดขอบตาด้านบน   ทำให้พอเดาได้ว่าคนไข้ตาบอด   นี่เองจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขามาช้า   คนไข้มาถึงยังขอโทษผมอีกที่มาเอายาช้า   พอผมจ่ายยาเสร็จคนไข้ก็ยังยกมือไหว้ผมอีก

หลังจากคนไข้ไปได้พักนึง   ผมแอบน้ำตาซึมเล็กน้อยด้วยความสงสาร   เห็นอกเห็นใจและเสียใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้แล้วหงุดหงิดกับตัวผมเอง   แม่ยังทำหน้าที่แม่ของตัวเองต่อไปตั้งแต่ลูกตัวเองเกิดจนกระทั่ง

คนไข้ยกมือไหว้ผมคงเป็นเพราะว่า   คนไข้ในโครงการจะได้รับยาฟรี   สำหรับคนยากคนจนแล้วยาพวกนี้คงไม่มีเงินซื้อมาทานได้   การได้ยาใหม่ในแต่ละครั้งคือการต่อชีวิตและไม่ให้ทรมานจากโรคนี้

มันทำให้ผมคิดถึงการทำCLของเรา(อยากรู้ว่าCLคืออะไรติดตามอ่านได้ที่นี่......อิอิ)   ยาที่เราทำCLก็จะมียาเอดส์รวมอยู่ด้วย   บางคนไม่เห็นด้วยที่มีการทำCL   เพราะทำให้เราถูกกล่าวหาว่าเป็นการก็อปยาและจะมีผลต่อการค้าระหว่างประเทศด้วย   สำหรับบางคนพูดแรงกว่านั้นคือ   คนไข้โรคเอดส์ยังไงก็ตายอยู่แล้วจะทำไปทำไม   ใช่คับ   ยังไงคนไข้ก็ตายอยู่แล้ว  คุณ  ผม   ใคร ๆ ก็ต้องตายอยู่แล้ว   แต่สำหรับคนไข้โรคเอดส์และคนยากจน   การได้รับยาคือการยืดชีวิตเขาไปได้อีกนานเท่าที่จะนานได้และทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี   ไม่ทรมานจากโรคที่ตัวเองเป็น   ไม่ทราบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะมองเห็นมิติทางชีวิต  สังคม  คุณภาพชีวิต   จิตใจของผู้ป่วยหรือไม่   หรือจะมองแค่มิติทางการค้าเท่านั้น

 

ยังไม่อยากให้ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติไทยเลยคับ   เพราะบิ๊กโต้งกิตติรัตน์   ณ ระนองทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม   มีเท่าไหร่จ่ายไม่อั้น   ทุ่มเททุกอย่าง   ไม่มีการแทรกแซงการทำทีมของโค้ช   และไม่มีhidden agendaใด ๆ ทางการเมือง

แต่ด้วยสัญญาลูกผู้ชาย   ที่บอกเอาไว้ว่าถ้าไทยแพ้หรือเสมอโอมานจะขอลาออกจากผู้จัดการทีมชาติ   หลังจากที่ไทยแพ้โอมานไป0-1ทำให้โอกาสที่เราจะผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก   รอบ10ทีมสุดท้ายดูริหรี่   ถึงแม้โอกาสในการเข้ารอบเรามีน้อย   แต่ถ้าใครดูไทยแข่งวันนั้นแล้วผมพอใจการเล่นของทีมชาติไทย   เล่นกันอย่างเต็มที่ไม่มีเหนื่อย   พยายามยามทุกอย่าง  เล่นเอนเตอร์เทนคนดู   ขาดแต่เพียงโชคและการเล่นแท็กติกถ่วงเวลาของโอมานเท่านั้นที่ทำให้เราแพ้   มีแต่เกรียนเท่านั้นแหละคับ   บอลก็ไม่ดูเอาแต่ด่า ๆ อยู่นั่นแหละ

ยังไงก็ของกระทืบมือในความเป็นลูกผู้ชายของบิ๊กโต้งที่ได้ทำตามสัญญาไว้และแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้จัดการทีม   ผมว่าน่าจะเป็นตัวอย่างให้ทุก ๆ คนเอาเป็นตัวอย่างไว้นะคับว่าถ้าทำไรผิดพลาด   หรือมีเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้น   ควรมีการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำด้วยนะคับ

ไม่รู้ว่าหลังจากหัวเรือใหญ่ทีมชาติไทยไขก๊อกออกไปแล้ว   อนาคตทีมชาติไทยจะเป็นยังไงต่อไป   เพราะขณะนี้เรามากันถูกทางแล้ว   ถ้ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง   รับรองได้เลยว่าทีมชาติไทยสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแนวหน้าในแถบเอเชียได้แน่นอนคับ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ทำเรื่องอีกแล้วนะคะเนี้ย อิอิแต่ดีคะเป็นประสบการณ์ ส่วนภาษาอีสานเนี้ยแต่ละที่ไม่เหมือนกันเลยคะ ใบไม้เห็นเยอะมากๆคะ แต่ดีใจนะคะกับเรื่องในตอนท้ายน่าชื่นชม บวกความสงสารร่วมด้วยคะ น่ารักมากๆเลย งานแบบนี้ต้องระวังนะคะเพราะเราเอ่ชีวิตคนป่วยเป็นเดิมพันธ์คะ พลาดนิดเดียวตัวเราก็แย่เค้าก็แย่คะ
#1  by  นางสาวใบไม้ At 2008-03-29 23:02, 
เคยอ่านลายมือหมอ ผมยังแซวว่าต้องใช่โทรจิตอ่านรึเปล่า sad smile
#2  by  นายตุ้ย At 2008-03-29 23:12, 
อ่านเอ็นทรี่นี้แล้วรู้สึกแบบว่า กีฬา กีฬา คือยาวิเศษ จิตใจที่เข้มแข็งย่อมเอาชนะโรคร้ายที่แข็งแรง และตบท้ายด้วยบอลแพ้แต่กองเชียร์ไม่แพ้ คนจริงสัญญาต้องเป็นสัญญา big smile
#3  by  ชายคลอง At 2008-03-31 09:41, 
เป็นการฝึกงานที่มีเรื่องแปลกใหม่ทุกวันเลยนะคะ
#4  by  VAR At 2008-03-31 13:17, 
big smile อีกแล้ววว จ่ายยาไม่ครบอีกแล้วววว นะคะ
น่าหวาดเสียวแทนคนไข้จังค่ะ
แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าหวาดเสียววว อีกครั้งก็แล้วกันนะคะ sad smile
#5  by  !2know ++ At 2008-03-31 16:50, 
หวัดดีคับ
เห็นเคยไปเมนท์ในบลอคเรา
ก้อเลยลองเข้ามาดู
เพิ่งรู้ว่า เรียนเภสัชเหมือนกันเหรอ
ปีไรแล้ว ที่ขอนแก่นป่ะ(เห็นเขียนไว้ที่ไหนสักที่)
#6  by  Abasa At 2008-03-31 21:43, 
ตอบ นางสาวใบไม้
จะพยายามไม่ให้พลาดอีกคับ แหะ ๆ
ตอบ Terrorist is back
บางคนอ่านไม่ออกเลยคับ มึนเลย แต่พี่เขาบอกว่าเดี๋ยวก็ชินเอง
ตอบ ชายคลอง
สัญญาลูกผู้ชายคับ อยากให้นักการเมืองเอาเป็นตัวอย่างจัง
ตอบ VAR
ถ้าอยู่ทุกวันคงไม่มีเรือ่งแปลกใหม่อ่ะคับ ฝึกงานอะไรก็แปลกใหม่หมด
ตอบ i2know
บทเรียนราคาแพงคับ เป็นคนไข้วัณโรคด้วย
ตอบ Abasa
ปี4ขึ้นปี5คับ เรียนขอนแก่นนี่แหละคับคุนAbasaเรียนไหนคับเนี่ย
#7  by  Frankie8 At 2008-04-01 20:50, 
ฮื่อๆ คุณน้องขา..

พี่พลอยจ๋ามาสารภาพบาปและมารับโทษค่ะ ขอโทษนะคะที่แกล้งอำแบบนั้น (ทำเสียงหดหู่ สำนึกผิด) สัญญานะคะว่าปีหน้าพี่จะทำแบบนี้ (อ้าว..ซะงั้น)cry

แต่พี่พลอยจ๋าต้องขอขอบคุณมากๆนะคะสำหรับคำอวยพร ถ้าแต่งจริงๆ เมื่อไหร่จะลงการ์ดเทียบเชิญในบล็อกค่ะ

ฮื่อๆ เค้าขอโทษน้า อย่าโกรธเค้าน้าตัวเอง ให้อภัยเค้าน้า..

confused smile confused smile confused smile
#8  by  พี่พลอยจ๋า At 2008-04-02 00:01, 
ตอบ พี่พลอยจ๋า
555ลืมไปเลยว่าเป็นApirl's fool day โดนต้มจนเปื่อยเลย ผิดศีลข้อ4นะคับ
#9  by  Frankie8 At 2008-04-03 17:03, 
สวัสดีครับ ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมชมที่บล็อกนะครับ
สำหรับรูปที่ผมวาด บางรูปก็วาดตามแบบคนจริง
(แต่เอาเฉพาะท่าทางมาอ่ะครับ )
ผมก็ชอบเรื่องบอลเหมือนกันไว้คราวหน้าจะมาเสวนาปัญหาลูกหนังด้วยละกันนะครับ big smile
#10  by  tinytu At 2008-04-05 01:10, 
มาขอบคุณที่ช่วยสอนแปะคลิปวีดีโอค่ะ ขอบคุณมากนะคะ(แต่เราก็ยังไม่ได้แก้เอนทรี่นั้นเลย แหะๆๆ)

อืมม เราก็เหน่อแฮะ ...แบบเหน่อจันทบุรีนะค่ะ เพราะโตมาที่นั่น บางทีก็เลยจะหลุดออกมาบ้าง...

สู้ๆต่อไปกับฝึกงานนะคะconfused smile
#11  by  cat~~~ At 2008-04-05 11:43, 
ตอบ tinytu
ยินดีคับผมชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วว่าง ๆ ก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับฟุตบอล โดยส่วนใหญ่ผมจะลงเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอล แต่ตอนนี้มาฝึกงานก็เลยลงบันทึกฝึกงานไปก่อนคับ
ตอบ asdrsay
คนจันฯพูดเหน่อด้วยเหรอเนี่ย เพิ่งรู้นะคับ
#12  by  Frankie8 At 2008-04-05 22:19, 

<< Home