Go back to the past part I in 1984 :
บันทึกฝึกงานผลัด1 Episode 5
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี
อ่านEpisode I ได้ที่นี่
อ่านEpisode II ได้ที่นี่
อ่านEpisode III ได้ที่นี่
อ่านEpisode IV ได้ที่นี่
31 มีนาคม 2008
ลาบปลาแซบอีหลีดิลิเชียสเด้อ!!
อาทิตย์นี้ผมมาอยู่ที่ห้องยา 2 เป็นห้องจ่ายยาผู้ป่วยในเหมือนอาทิตย์ที่แล้ว แต่ที่ต่างจากห้องยา 4 คือ ผู้ป่วยห้องยา 2 เป็นผู้ป่วยศัลยกรรม เช่น ผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัด ผู้ป่วยโรคตา คอ หู จมูก ผู้ป่วยสูตินารีเวชยาที่สั่งจ่ายในห้องนี้จะเป็นพวกยาฉีดซะเป็นส่วนใหญ่เพราะเป็นผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดและยาฉีดที่จ่ายมากกว่าห้องอื่นอีกคือ ยาเสพติด อย่าง morphine(ใช้เป็นยาระงับปวด) รับผิดชอบโดยพี่อ้อม โดยจะดูความถูกต้องของขนาด,ปริมาณ ยาเสพติดที่ขอเบิก เช็คดูจำนวนซากว่าตรงกับจำนวนที่ขอในคราวนี้มั้ย
ซากก็คือยาเสพติดที่ใช้ในครั้งก่อน การเบิกจ่ายยาเสพติดแต่ละครั้ง จะต้องใช้ซากหรือยาเสพติดในครั้งก่อนมาแลกกับตัวใหม่ในขนาดและจำนวนที่เท่ากัน ถ้าเกิดว่าผู้ป่วยได้รับยาเสพติดในครั้งแรกจะมียาstockอยู่บนวอร์ดอยู่แล้ว โดยเภสัชกับพยาบาลจะเช็คสต๊อกยาเสพติดบนวอร์ดจัดยาได้แป๊ปนึงพี่กุ้งหัวหน้าห้องยาให้เข้าฟังประชุมวิชาการ ถ้าเป็นวันอื่นที่ไม่ใช่เที่ยงวันพุธ จะเป็นนักศึกษาพรีเซนต์ความรู้ที่จัดได้ว่าเป็นวิชาการจริง ๆ วันนี้พรีเซนต์ยาARV(anti-retroviral)หรือเป็นยาที่ใช้ในผู้ป่วยเอดส์ พรีเซนต์เสร็จพี่ถามโหดมาก อย่างเช่น ยาเอดส์ตัวไหนบ้างห้ามใช้ร่วมกัน แล้วทำไมถึงใช้ร่วมกันไม่ได้....
ตอนบ่ายพี่แต่ง พี่จง พี่อ้อพี่เจ้าพนักงานห้อง 4 พาไปเลี้ยงข้าว ไม่น่าเชื่อว่าแค่ช่วยพี่ขัดยานิดหน่อยถึงกับเลี้ยงข้าวกันเลยทีเดียว ร้านอาหารอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงบาล เดินข้ามถนนแล้วเข้ามาในซอยเล็ก ๆ ที่ไม่น่าเชื่อว่ามีร้านอาหาร
อาหารอร่อยมากคับ(ไม่รุเป็นเพราะกรุหิวรึป่าว) อาหารที่สั่งมาจะมีแกงปลา ลาบปลาก็อร่อยดี ปลาเนื้อนุ่ม และไม่มีกลิ่นคาวของปลาด้วย แม้กระทั่งลาบปลาที่ปกติผมไม่ชอบทานอยู่แล้ว แต่ร้านนี้เป็นร้านแรกในชีวิตผมเลยทีเดียวที่ทำให้ผมกินลาบปลาได้ แซบอีหลีดีลิเชียสกันเลยทีเดียว ก็ขอขอบคุณพี่แต่ง พี่จง พี่อ้อไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะคับ
งานจัดยาที่ห้องยา 2 รู้สึกว่าจะเบากว่าห้อง 4 คือ ห้องยา2จะมีออร์เดอร์มาเรื่อย ๆ แต่จะเว้นช่วงประมาณ 5-10 นาที ให้พอนั่งพัก แต่ห้องยา 4ทั้งเช้า ทั้งบ่ายตะบี้ตะบันจัดแทบไม่ได้พักเลย
1 เมษายน 2008
CA Ampulla of Vater
ช่วงวัน 2 วันนี้ผมจะอิ่มหมีพลีมันเป็นพิเศษ แถมอิ่มจังตังค์อยู่ครบอีกต่างหาก เมื่อวานพี่แต่งพาไปเลี้ยงลาบปลา วันนี้พี่กุ้ง พี่อ้อนพาไปเลี้ยงส้มตำ
จากการที่คุยกับพี่กุ้ง พี่อ้อนทำให้พอทราบว่าพี่กุ้งก็จบขอนแก่นเหมือนกัน รุ่นไหนไม่รู้พี่แกไม่ยอมบอกแต่รุ่นเดียวกับอ.วรรณวิไลกับอาจารย์รติยา(รหัส33ก็น่าจะRx’9 นะ) ส่วนพี่อ้อนเลือดสีชมพูคับ
ตอนบ่ายพี่อ้อนพาไปเก็บเคสผู้ป่วยอุบัติเหตุ สมองบวมต้องต่อท่อdraingeน้ำที่สมองออก ฟังดูแล้วโคตรหวาดเสียวเลย รับประทานอาหารทางปากไม่ได้ต้องต่อท่อเข้าที่คอ กระดูกตาตุ่มหักแต่หมอผ่าตัดแล้ว เป็นอะไรที่น่าสงสาร น่าหวาดเสียวมาก
ผู้ป่วยพูดไม่ได้แต่พอรับรู้ได้ว่าใครพูดอะไร พอจดเคสเสร็จดูแล้วเคสนี้ยาที่ใช้รักษาไม่ค่อยมีความซับซ้อนเท่าไหร่ ยาเหมือนไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ใช้รักษาผู้ป่วยรายนี้ แต่หมอจะเน้นไปที่การทำกายภาพบำบัด เพราะ กล้ามเนื้อผู้ป่วยไม่ได้เคลื่อนไหวมา 6 เดือน ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงแล้วอาจถึงกับทำให้กล้ามเนื้อตายได้
พอเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่อ้อน พี่อ้อนคงคิดในใจเคสง่าย ๆ ยาง่าย ๆ ไม่ชอบ อยากได้ยาก ๆ ใช่มั้ย ได้เลยพี่จัดให้ พี่อ้อนเลยให้พี่เหมียวหาเคสเด็ด ๆ ยาก ๆ มาให้พวกผมทำในข้อหาเลือกมากนักซัก
พักใหญ่ ๆ พี่อ้อนก็เดินมาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก เหมือนมีเลฃศนัยอะไรบางอย่าง พอเปิดดูเคสรู้เลยว่ายากมาก ๆ คือ คนไข้มีอาการซับซ้อนหลายอย่างตั้งแต่เลือดออกในทางเดินอาหาร เป็นความดัน เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ปอดบวม และมีศัพท์คำนึงที่พี่แกก็ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร แกยังไล่ให้ไปถามหมอเอา และยังมีการให้เรามาบอกด้วยว่ามันคืออะไร ศัพท์คำนั้นคือ “CA Ampulla of Vater”
จากการที่ผมใช้ความสามารถอันน้อยนิดไปหามาทำให้ทราบว่ามันคือ
CA คือ Cancer
Ampulla of Vater คือ กระเปาะที่อยู่ตรงลำไส้เล็กส่วนต้น เป็นกระเปาะที่เปิดของท่อจากตับอ่อนกับถุงน้ำดี การที่คนไข้เป็นมะเร็ง มะเร็งมันจะเป็นก้อนเนื้อแล้วมาอุดตันกระเปาะทำให้เกิดเลือดออกในทางเดินอาหารได้ หรืออาจเกิดอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สามารถย่อยอาหารที่กินได้ เนื่องจากไม่มีเอนไซม์ที่ใช้ย่อย
3 เมษายน 2008
Go back to the past ภาคพิเศษใส่ไข่
ระบบห้องยาจะเปลี่ยนเป็นระบบrefill คือ พิมพ์ใบสั่งยาครั้งเดียวแล้วมาrefillยาตามเวลานัดไม่ต้องไปขอใบสั่งยาใหม่
พี่อ่อเลยขอตัวพวกผมกับพี่กุ้งให้ไปช่วยงานที่ห้องยา1 งานก็ไม่ยากมากเพียงแต่มันเยอะเท่านั้นเอง คือ
1. แยกใบสั่งยาระหว่างผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จะมาเอายาตลอดกับผู้ป่วยอื่น ๆ อย่างเช่น อุบัติเหตุฉุกเฉิน ผู้ป่วยศัลยกรรมทั่วไป
2. ลงบันทึกว่าใช้สิทธิแบบไหน กี่รายการ มูลค่าเท่าไหร่ ใช้กี่วัน พี่อ๋อบอกว่าจะได้คำนวณได้คร่าว ๆ ว่าผู้ป่วยคนนึง ๆ ต้องการใช้ยาจำนวนเท่าไหร่ กี่วัน
ตอนเที่ยงบริษัทเลี้ยงอาหารเวียดนามที่ร้านอินโดจีน(ร้านที่เขาว่าขึ้นชื่อในอุบล) พี่อ๋อเลยพาไปด้วย แต่ไม่นึกว่าพี่แกผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะขับรถกระบะ พี่แกบอกว่า รถกระบะเหมือนจะขับยากก็จริง แต่ถ้าได้ลองขับจะติดใจ เพราะ ที่ขับมันสูงกว่ารถเก๋งเลยขับสบายกว่า
สำหรับอาหารเวียดนามพวกแหนมเนืองอะไรพวกนี้ โดยส่วนตัวแล้วไม่ชอบนะคับ(อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะคับ) ที่ไม่ชอบเนื่องจากแต่ละเมนูประกอบด้วยผัก แต่ไม่ใช่ว่าไม่ชอบผักนะคับ แต่ว่ามันไม่อิ่มท้องมากกว่า ถ้ากินเล่น ๆ เป็นอาหารว่างพอได้ แต่ถ้าให้กินแทนมื้ออาหารอันนี้ไม่ไหวเด้อ
ตอนบ่ายก็มาลงข้อมูลใบสั่งยาต่อ แทบไม่ได้พักเลย แต่ก็ยังไม่เสร็จ พี่อ๋อเลยให้มาทำพรุ่งนี้ แล้วงานSOAPของตูจะเสร็จมั้ยเนี่ย
4 เมษายน 2008
Frakie8 the 8th
ผมวางแผนไว้ตั้งแต่มาฝึกงานที่นี่ในช่วงแรก ๆ ว่าจะบริจาคโลหิตเนื่องจาก
1. เป็นโรงบาลที่ผมเกิดก็อยากมีอะไรตอบแทนโรงบาลที่เราเกิดบ้าง
2. ช่วงนี้ผมไม่ได้ขายเลือดแล้วและเกิน 3 เดือนหลังจากที่ผมขายเลือดครั้งล่าสุดตอนที่ฝึกอยู่ไม่กล้าปลีกตัวไปเพราะเกรงใจพี่ ๆ เขา มันอยู่ในเวลาฝึกงานของเรา แต่วันนี้พี่อ๋อให้มาเก็บข้อมูลใบสั่งยา ซึ่งเหลือไม่มากทำแป๊ปเดียวก็เสร็จ เลยขอตัวไปบริจาคเลือดก่อน เพราะถ้ารอเป็นอาทิตย์สุดท้ายของการฝึกงาน อาจไม่มีโอกาสบริจาคก็ได้
สำหรับคนที่ยังไม่ทราบรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการบริจาคโลหิตนะคับ คือ บัตรผู้บริจาคโลหิตของแต่ละหมู่โลหิตจะสีไม่เหมือนกัน อย่างของผมกรุ๊ปBจะเป็นบัตรสีชมพู แต่ก่อนก็ไม่รู้นะคับ ตอนไปบริจาคโลหิตกับเพื่อนก็สงสัยทำไมขอมันสีไม่เหมือนเรา ถึงกับคิดไปใหญ่ว่าไม่เลือดเราก็เลือดมันต้องมีความผิดปกติอะไรซักอย่าง แต่พอมารู้ว่าเขาแบ่งตามหมู่เลือดก็ตลกความคิดตัวเองเหมือนกัน
การบริจาคโลหิตถ้านับครั้งนี้ด้วยก็เป็นครั้งที่ 8แล้วที่ผมบริจาคเลือด ครั้งล่าสุดที่บริจาคคือ 25 กุมภาพันธ์ 2549 ก็ 2 ปีเศษแล้วที่ผมไม่ได้บริจาค ก็เนื่องจากผมขายเลือดนั่นเอง(แหะ ๆ )
เป็นเรื่องtalk of the town กันใหญ่นะคับ เรื่องไม่ให้บุคคลที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศบริจาคโลหิต เพราะถ้าเกิดเลือดมีเชื้อHIV อาจจะมีโอกาสไปถึงคนไข้ได้ ถึงแม้จะมีสารตรวจอยู่ก็ตาม แต่ถ้าเชื้อมันอยู่ในช่วงฟักตัวก็ไม่สามารถตรวจได้นะคับ อันนี้สิน่ากลัว แทนที่จะเป็นการทำบุญดันพลิกเป็นทำบาปไปเลย
ผมว่าเรื่องแบบนี้อยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคนนะคับ ถึงแม้จะห้ามจิง ๆ แต่ถ้าคนกลุ่มนี้อย่าง เกย์แห่งสยาม ถ้าอยากบริจาคจิง ๆ ก็แอ๊บแมนไปบริจาค แค่นี้เจ้าหน้าที่เขาก็ไม่รู้แล้ว
ดังนั้นถ้าอยากได้บุญได้กุศลจิง ๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองมีพฤติกรรมเสี่ยง ก็อย่าไปบริจาคเลยคับ ทำอย่างอื่นก้ได้บุญเหมือนกัน อย่างเช่น ทำตัวดี ไม่ทำความเดือดร้อนให้สังคม ไม่ทำไรเชี่ย ๆ มันก็ได้บุญแล้วล่ะคับ
ตอนบ่ายหลังจากเสร็จงานพี่อ๋อ ก็กลับมาที่ห้องยา 2 วันนี้พี่อ้อนคนที่ดูแลเรื่องเคสพวกผมไม่อยู่ พี่เหมียวก็เลยรับผิดชอบแทน พี่เหมียวก็เป็นรุ่นพี่ที่ขอนแก่นเหมือนกันRx’11 รุ่นเดียวกับอ.เคี้ยง อ.เอ๋
ท้ายนี้ก็ขอแสดงความเสียใจกับเพื่อน ๆ นศ.เภสัชม.อุบลฝึกงานที่อ.คณา ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคับ ยังไงทำไรก็อยู่ด้วยความไม่ประมาทกันนะคับ
บรรยากาศเศร้า ๆ แบบนี้ลองฟังเพลงคืนอันเป็นนิรันดร์ดูนะคับ "ความทุกข์เป็นเหมือนคืนวันอันยาวนานแต่แล้วมันจะผ่านไปคับ"