Go back to the past part I in 1984 :
บันทึกฝึกงานผลัด1 Episode 6
โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี
อ่านEpisode I ได้ที่นี่
อ่านEpisode II ได้ที่นี่
อ่านEpisode III ได้ที่นี่
อ่านEpisode IV ได้ที่นี่
อ่านEpisode V ได้ที่นี่
7 เมษายน 2008
BLUE
วันนี้เป็นวันหยุดชดเยวันจักรี ผมเพิ่มรับรู้กับการเป็นวันหยุดของมัน เพราะตั้งแต่เรียนหนังสือจนถึงฝึกงาน วันที่ 6 เมษาจะอยู่ในช่วงปิดเทอมพอดี
ประมาณ4โมงเช้ามิกกี้โทรมาจากอำนาจว่ามีนศ.เภสัชฝึกงานที่อ.พนา จ.อำนาจฯ เกิดอุบัติเหตุเป็นเด็กม.อุบล2,จุฬา2 เด็กม.อุบลคนนึงเสียชีวิต เด็กจุฬาคนนึงโคม่าถูกส่งมาที่สรรพสิทธิ์แล้ว อาการเป็นไงบ้าง? ผมก็ใบ้แดกดิคับ ผมนอนที่หอทั้งคืนจะไปรู้เหรอว่าเกิดไรขึ้น อีกทั้งโรงบาลสรรพสิทธิ์เป็นโรงบาลใหญ่ เกิดอะไรขึ้นมาทราบอีกทีก็ตอนอ่านข่าวนี่แหละ อย่างข่าวโค้ชฟุตซอลจ.อุบลหัวใจวายเสียชีวิต ผมมาทราบข่าวนี้จากเน็ตไม่ใช่ที่โรงบาล
พอได้ยินข่าวนี้ผมแทบไม่มีแรงทำไรเลย เหมือนเป็นการบั่นทอนกำลังใจถึงแม้นศ.ม.อุบลจะไม่ใช่เพื่อนคณะเราที่รู้จัก สนิทสนมคุ้นเคย แต่ด้วยความที่เป็นนศ.ฝึกงานด้วยกัน ใกล้จะจบเหมือนกัน อีกทั้งฝึกงานในละแวกเดียวกันอีก ทำให้พลอยรู้สึกเศร้าไปด้วย แล้วพ่อแม่จะเศร้าเสียใจขนาดไหน อีกไม่กี่เดือนลูกตัวเองใกล้จะจบมาเป็นเภสัชกรแล้ว
ตอนบ่ายผมกับไอ้จีนมาทำงานที่ห้องวิชาการ เจอพี่พีกับพี่เหมียวพี่ ๆ ก็ได้เตือนให้ระมัดระวังตัวด้วย พอทำงานเสร็จตอนจะกลับบังเอิญไปเจอพี่จิ๊บกับพี่ออยล์ พี่ ๆ แกก็ยังเน้นย้ำให้ระมัดระวังตัวอีก แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไร เพราะพี่ ๆ เขาเตือนด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วย่อมเกิดผมเสียหายใหญ่หลวง ทั้งตัวเรา พ่อแม่พี่น้อง ครูบาอาจารย์
พี่จิ๊บกับพี่ออยล์ค่อนข้างจะรีบ เลยสอบถามรายละเอียดของเหตุการณ์ไม่ได้มาก แต่ก็พอทราบคร่าว ๆ ว่าเหตุเกิดประมาณ 6 โมงเย็น หลังจากที่พี่เภสัชพาไปเลี้ยง ส่วนนศ. 4 คนกลับกันเองด้วยรถยนต์ วันนั้นฝนตกถนนลื่น ตอนเกิดเหตุคือกำลังจะแซงสิบล้อแต่แซงไม่พ้น เลยหักหลย รถเลยหมุน 360 องศา ชนไต้ไม้แล้วชนเสาไฟฟ้าอีกที เป็นอะไรที่ฟังแล้วดูน่ากลัวมาก
8 เมษายน 2008
ฝ่ายผลิต
ตอนเช้าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้า มีบางครั้งที่หยุยกับเตยแอบร้องไห้ ทำให้ทั้งเช้าแทบจะไม่ได้คุยอะไรกันเลย
ทราบเพิ่มเติมจากหยุยและเตยว่า เพื่อนนศ.ที่เสียชีวิตเป็นเด็กกิจกรรม ชอบช่วยเหลือเพื่อน ๆ มีแต่คนรักไม่มีคนเกลียด เสียงดี เคยไปสมัครAFด้วย
ช่วงเช้าพวกผม(หมายถึง เตย หยุย หมวย ด้วย อาทิตย์สุดท้ายเพื่อความสมานฉันท์เลยจัดการรวมกลุ่มกัน ล้อเล่งคับ ที่จริงอาทิตย์สุดท้ายเป็นงานสนับสนุกเภสัชกรรมจะแบ่งกลุ่มไม่ได้แล้ว เพราะเหลืออาทิตย์เดียวดังนั้นก็ต้องรวมกลุ่มกัน) อยู่ที่ห้องฝ่ายผลิตยาทั่วไป
ที่ฝ่ายนี้มีอะไรที่แปลก ๆ คือห้องน้ำ คือก่อนจะเข้าห้องน้ำจะต้องเอากุญแจไปเปิดประตูห้องน้ำด้วย โดยจะแยกเป็นห้องน้ำชาย ห้องน้ำหญิงแต่ติดกัน จากการสอบถามพี่ ๆ ทำให้ทราบว่าที่ทำเช่นนี้เนื่องจากห้องผลิตยาอยู่ตึกเดียวกับตึกผู้ป่วย เพื่อป้องกันญาติคนไข้มาใช้ แล้วอาจทำให้ห้องน้ำสกปรกได้(อันนี้ผมไม่แปลกใจเลย ไม่รู้เป็นอะไรกัน ใช้ห้องน้ำทีไรไม่เคยรักษาความสะอาดกันเลย จะเห็นตัวอย่างง่าย ๆ ก็ห้องน้ำตามปั๊มน้ำมันนี่แหละ จากที่เราปวด ๆ อยู่พอเห็นสภาพห้องน้ำแล้วไม่อยากใช้เลย สงสารคนทำคามสะอาดเหมือนกันทำเท่าไหร่มันก็ยังสกปรกอยู่นั่นแหละ) ก็เลยต้องมีกุญแจเปิด-ปิดห้องน้ำ
มาที่ห้องฝ่ายผลิตกันต่อคับ ห้งอนี้มีเภสัชดูแลคนเดียวคือพี่น้อย ไปถึงพี่แกก็ชี้แจงว่าทำไมต้องผลิตยาใช้เองในโรงบาล เพราะว่า
- ยาบางตัวถ้าผลิตขึ้นเองจะประหยัดกว่าสั่งซื้อ
- ยาบางตัวไม่มีขายในท้องตลาด ต้องเตรียมขึ้นมาสำหรับคนไข้เฉพาะราย
แล้วพี่แกก็บอกถึงว่ามียาตัวไหนบ้างที่โรงบาลผลิต อ้อ อีกอย่าง นอกจากจะผลิตยาทั่วไปแล้ว ห้องนี้ยังมีการแบ่งบรรจุยา อย่างยาที่ไม่ได้บรรจุในซอง ซื้อมาทั้งกระปุกก็จะมีการแบ่งบรรจุใส่ซอง โดยใช้เครื่องนับเม็ดยาว่าซองที่เราแบ่งบรรจุเราต้องการซองละกี่เม็ด
ต่อมาพี่น้อยพามาทำMOMหรือMilk of Magnesia ที่ใช้เป็นยาระบาย เริ่มจากคำนวณสูตรตำรับว่าจะเอาอะไรมาเท่าไหร่ พอคำนวณเสร็จพี่น้อยก็ให้ผมไปชั่งmagnesium 14 โล เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็น magnesiumนี่แหละ
Magnesiumจะมีรูปร่างคล้าย ๆ ไอศกรีมกะทิสด สีขาวแบบนั้นเลย แต่Magnesiumจะเหนียวกว่าพอชั่งเสร็จก็เอามาปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกันกับsyrupหรือน้ำเชื่อม แล้วค่อย ๆ เติมcarbopol paraben ฯลฯ
ตอนบ่ายมากันที่ฝ่ายผลิตยาปราศจากเชื้อ พี่สาโรชเป็นหัวหน้าห้องนี้
ยาปราศจากเชื้อจะเป็นพวกยาตา ยาฉีด ยาฉีดบางตัวที่เตรียมเฉพาะคนไข้เฉพาะราย แอลกอฮอล์ Normal saline ที่ใช้ล้างแผลก่อนผ่าตัด ยาเคมีบำบัดที่ใช้ในผู้ป่วยมะเร็ง
บ่าย2พี่บันนี่พาไปcounselingผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือด แต่จะไม่เรียกว่าโรคมะเร็งแต่จะพูดว่าเป็นโรคเลือด เพื่อลดความรุนแรงของคำและความรู้สึก
เด็ก ๆ ที่เป็นโรคเลือดมีอายุตั้งแต่ 5ขวบถึง 14 ปี ผู้ป่วยจะสังเกตได้งายมากคือ ศรีษะจะโล้นเนื่องจากยาเคมีบำบัดที่ใช้ในผู้ป่วยมะเร็ง จะเป็นยาที่ยับยั้งการเจริญเติมโตของเซลล์มะเร็งและยับยั้งเซลล์ที่แบ่งตัวทุกวันด้วยอย่างเช่น ผม ขน ที่มือผู้ป่วยถูกคาไว้ด้วยเข็มเพื่อสะดวกในการเจาะเลือดไปตรวจดูเซลล์มะเร็ง
โรคมะเร็งเม็ดเลือดในเด็กมีโอกาสหายได้ถ้าได้รับการรักษาสม่ำเสมอ มาพบแพทย์ตามนัด กินยาครบ ตรงเวลา ไม่เหมือนในผู้ใหญ่ที่เป็นแล้วโอกาสหายยากกว่า อย่างน้ำเดอะสตาร์
เด็ก ๆ ดูจะสนุกสนานไปกับการให้คำปรึกษาของพี่บันนี่ เด็กบางคนก็รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งเม็ดเลือดเลย แต่ไม่มีท่าทีเครียด หดหู่กับโรคที่ตัวเองเป็น ซ้ำยังสนุกสนานร่าเริงแจ่มใสด้วย อันนี้ถือเป็นกำลังใจที่ดีต่อผมในการทำงาน เมื่อเกิดมีอุปสรรค ท้อแท้ เพราะขนาดน้องที่เขาแย่กว่าเรา เขายังไม่ซีเรียส ไม่กังวลอะไรเลยกับสิ่งที่ตัวเองเป็น
เนื่องจากเพื่อนหยุยกับเตยมีกำหนด็ปนกิจวันที่ 11 เมษา เตยกับหยุยจึงไปคุยกับพี่พีเพื่อขอเลื่อนวันสรุปงานมาเป็นวันที่ 10 เมษา พี่พีก็อนุญาต ตามตารางวันที่ 10 จะไปออกหน่วยปฐมภูมิ(PCU) กับงานคุ้มครองผู้บริโภค แต่พี่พีบอกว่าจะสรุปงานพวกนี้โดยคร่าว ๆ ให้เอง
9 เมษายน 2008
บินเดียว
วันนี้ไอ้จีนมีนัดไปผ่อนผันทหาร ส่วนผมไม่ต้องไปแล้ว เพราะปีแรกที่ไปทำเรื่องผ่อนผันที่บ้านผมมีคนสมัครทหารเต็มแล้ว ทำให้ผมรอดไป วันนั้นก็มีเหตุการณ์ตื่นเต้น น่าสนใจหลายอย่าง เดี๋ยวว่าง ๆ จะเล่าให้ฟังนะคับ
วันนี้ไปที่งานบริหารเวชภัณฑ์ พวกคลังยาที่ทำหน้าที่ในการจัดซื้อยา เก็บยา ลงบันทึกการเบิกยา ฯลฯ ตอนเช้าพี่หนอ่ยพี่มข.Rx'10 มาพูดเกี่ยวกับงานบริหารเวชภัณฑ์ ปัญหาอุปสรรคและข้อจำกัดบางอย่างที่ทำไม่ได้
ตอนเที่ยงมีประชุมวิชาการอีกครั้ง วันนี้เป็นยาโรคกระเพาะที่ใช้ในโรงบาลอยู่แล้ว ดังนั้นก้ไม่ต้องอะไรมาก Product Managerของบริษัทก็พรีเซนต์ถึงตัวบริษัทที่อยู่อินเดียว่าเป็นโรงงานแบบไหน ได้รับการรับรองคุณภาพจากใคร ผลิตยาอะไรบ้าง ผลิตกี่ประเทศและแนะนำยาใหม่ที่จะนำมาเสนอเข้าโรงบาลในช่วงประกวดราคาอีก 2 ตัว
ตอนบ่ายก็ไปที่คลังยาใต้ดินที่ใช้เก็บยา เพื่อตรวจนับยาที่ได้รับว่าจำนวน รหัส ชื่อยาตรงกับิลล์ส่งของหรือไม่
ถึงวันนี้จะชิว ๆ ไม่มีอะไรมาก แต่เนื่องจากเลื่อนสรุปฝึกงานเร็วขึ้น 1 วัน ทำให้คืนนี้พวกผมยุ่งยากกับการเตรียมพรีเซนต์ในวันพรุ่งนี้
10 เมษายน 2008
จนมุม
เมื่อคืนพวกผมทำงานที่จะส่งและพรีเซนต์กว่าจะเสร็จก็ปาไปตี 4 แล้ว(ดูบอลไปด้วยคับ)
ตอนเช้าหลังจากที่พี่พีพูดถึงงานออกหน่วยปฐมภูมิ(PCU)กับงานคุ้มครองผู้บริโภคเสร็จพี่แกก็ให้พรีเซนต์งานเลย จากกำหนดการเดิมที่จะให้พรีเซนต์ตอนบ่าย
ที่พรีเซนต์ช่วงเช้าของพวกผมจะเป็น
1. การใช้ยาพ่นMDIจีนกับบุ๋มเป็นคนพรีเซนต์
2. case soapทำกรณีศึกษาผู้ป่วย
3. Club journal วิจารณ์บทความทางเภสัชศาสตร์
2เรื่องหลังผมเป็นคนพรีเซนต์เอง พี่พีแกก็เหมือนไม่ซีเรียสอะไร พอมีอะไรผิดพลาดเล็กน้อยพี่แกก็แนะโน่นแนะนี่ แล้วตอนบ่ายถึงจะเป็นสรุปฝึกงานว่า 5 สัปดาห์ได้อะไรบ้าง
ตอนเที่ยงพี่ๆ พาพวกผมมาเลี้ยงส้มตำที่ร้านทิพรสซึ่งอยู่ใกล้ๆ หอที่ผมพักอยู่
พอมาตอนบ่าย ตอนที่พรีเซนต์สรุปงานนี่สิ ทีแรกผมนึกว่าจะขำ ๆ ประมาณว่า มาฝึกที่นี่ 5 สัปดาห์ได้อะไรบ้าง,มีปัญหาและอุปสรรคอะไร,มีอะไรควรแก้ไขบ้าง ฯลฯ
พอเอาเข้าจริงมันคนละเรื่องที่เราคิดไว้เลย พี่เขาถามจี้ทุกจุดอย่างละเอียด อย่างพี่อ๋อเป็นตัวแทนของห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก พี่แกจะถามตั้งแต่ได้รับใบสั่งยาจนกระทั่งจ่ายยาให้ผู้ป่วย พี่เหมียวจะถามคำถามเกี่ยวกับผู้ป่วยใน แล้วพี่ๆ จะให้เปรียบเทียบระหว่างห้องจ่ายยาผู้ป่วยในกับผู้ป่วยนอกว่าต่างกันยังไง พอตอบได้ปั๊บพี่ๆ จะถามจี้ไปเรื่อยๆ จนเราอึ้งหรือตอบไม่ได้เลย
คำถามที่ถูกต้อนจนจนมุม
- รับใบสังยามาดูอะไรบ้าง(คือตอบก็ช่วยกันตอบได้ แต่บรรยากาศมันซีเรียสเลยไม่รู้จะลำดับคำตอบยังไง)
- ตรวจคัดกรองยาดูอะไรบ้าง เราก็ตอบว่าให้ถูกคน ถูกโรค พี่ ๆ เขาก็ตอบกลับมาว่า ถ้างั้นก็ไม่ต่างอะไรจากคนเช็คยา เราต้องรู้อะไรมากกว่าน้น อย่างเช่น ปฏิกิริยาระหว่างยา ยาชนิดนี้ให้ผู้ป่วยได้มั้ย? ฯลฯ
-การนับเม็ดยาแบ่งบรรจุมีการตรวจสอบคุณภาพยังไง ข้อนี้พี่น้อยก็ช่วยพวกผม พี่แกบอกว่าพี่ไม่ได้บอกพวกน้อง ๆ เอง แต่พี่อ๋อก็บอกว่าถึงพี ๆ จะไม่บอกน้อง ๆ ก็ควรจะถาม คำถามที่น้อง ๆ จำเป็นต้องรู้ !!!!!!!!!
- ยาปฏิชีวนะตัวไหนบ้างที่แพทย์ต้องลงบันทึกการใช้(ข้อนี้พวกผมไม่ทราบจริง ๆ คับ ไม่มีพี่คนไหนบอก)
โอ๊ย! โดนมาซะเยอะน่วมเลย แต่ก็ผ่านมาได้ ผมว่าแบบนี้ก็ดีนะคับ hardcoreดี เราจะได้รู้ข้อบอกรพ่องของเรา ว่ายังขาดอะไร จะต้องรู้อะไรเพิ่มบ้าง ผมต้องขอบคุณพี่ ๆ เขาด้วยซ้ำ เพราะเป็นการติเพื่อก่อ ถ้าเป็นกันเองเกินไป ขำ ๆ มันก็จะหย่อนยา ไม่ได้อะไรเลย
สุดท้ายก็พากันมาเลี้ยงปิดการฝึกงานที่MKสุกี้ที่โลตัสไปกันโดยรถของเตย เป็นการเลี้ยงร่ำลากันและก็เป็นครั้งแรกที่พวกเรานัดกันมาเลี้ยงแล้วอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
สุดท้ายนี้ก็ Goodbye Sappasit!
Goodbye Ubon!
The place my life begins.
To be continued Go back to the past part II in 2004 at
โรงพยาบาลโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู