Go back to the past part II in 2004 :
บันทึกฝึกงานผลัด 2
โรงพยาบาลโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู
โนนสังกับค่ายหมอยาครั้งที่ 1
นี่คือพี่เดชคู่หูฝึกงานผลัด2ของผม
ปีการศึกษา 2547 เป็นปีแรกที่คณะเภสัชศาสตร์ขอแยกไม่ไปออกcom med. หรือ ออกชุมชนร่วมกับสหสาขาวิชาชีพอื่น อย่าง หมอ ทันตะ พยายาบาล เทคนิคการแพทย์ ในส่วนของการออกชุมชนก็เลยกลายเป็นวิชาเภสัชสาธารณสุขและก็เริ่มมีค่ายหมอยาเป็นปีแรกเพื่อมาแทนการออกcom med.
ค่ายหมอยาครั้งที่ 1 จะเป็นการไปออกค่ายทำกิจกรรมกับเด็กมัธยมโรงเรียนกุดดู่พิทยาสรรค์และมีการออกPCU(Primary Care Unit) หรือการออกหน่วยสาธารณสุขปฐมภูมิในบ้านกุดดู่
ค่ายหมอยาครั้งนั้นจัดในช่วงวันที่ 8-12 ตุลาคม 2547 ทีแรกผมบอกตามตรงเลยว่าไม่อยากไป เพราะขึ้นชื่อว่าค่ายมันต้องลำบากแน่นอนโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ผมได้ยินมาว่าคนไปค่ายน้อยอีกทั้งขี้เกียจกลับบ้านก็ลองสมัครดู
คนที่ไปค่ายคราวนั้นก็น้อยจริง ๆ ที่เป็นกำลังหลักของค่ายและไปกันเยอะที่สุดคือปี 3ในตอนนั้น(ตอนนั้นผมอยู่ปี1)หรือพี่ ๆ Rx'21 ส่วนปี1 ไปจนนับคนได้คือผม ไอ้จีน พี่เดช เตย ติ๋ง เบียร์ ปู ปูภาคอิ๊งค์ พี่อุ้ย ปี2จะมีไอ้คิง ฮอต เน็ต เตย พี่ปี4ก็มีไปบ้างประปราย
ส่วนผม พี่เดช เตย ปูเป็นคนที่ไปค่ายหมอยาตั้งแต่ครั้งที่ 1-4 ต่อกันเลย
ในการออกค่ายครั้งนั้นผมปะทับใจหลาย ๆ อย่าง เช่น สนิทและรู้จักพี่ ๆ มากขึ้น การได้ออกPCUกับพี่ถึงเราจะอยู่ปี1 ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยาเลย แต่ก็ยังได้ออก แถมกลุ่มที่ผมได้ออกพี่ ๆ เขาพูดอีสานไม่ได้อีก
ในการออกPCUผมรู้สึกประทับใจในความเป็นกันเองของชาวบ้าน ทีแรกผมนึกว่าการที่เราไปเก็บข้อมูลสุขภาพชาวบ้านจะทำให้เขารำคาญ แต่พอไปจริง ๆ กลับตรงกันข้ามกับที่เราคิดไว้เลย
ในวัดสุดท้ายมีการเตะบอลกับชาวบ้าน เราชนะชาวบ้านไป6-1 และผมก็ยิงได้ 1 ประตูด้วย(เก่งเหมือนกันหนิเรา) ก็เลยรู้สึกชอบ5555
ก่อนกลับพวกเราแวะไปเยี่ยมชมการทำงานของฝ่ายเภสัชฯโรงบาลโนนสัง พี่ ๆ ให้การต้อนรับดีมาก ตอนที่ผมไปคราวนั้นมีเภสัช 4 คนคือ พี่แหม่มRx'14 เป็นหัวหน้าห้องยา มีพี่ที่จบมข.คนนึง พี่ศิลปากร พี่จุฬาที่ละคน
เมื่อถึงคราวที่ออกฝึกงาน ผมกับพี่เดชก็เลยพากันลงที่โรงบาลโนนสังแห่งนี้ ทีแรกก็ว่าจะไปตั้งแต่ผลัด1เลย แต่พี่เดชกลัวว่าจะไม่ได้ฝึกโรงบาลศรีนครินทร์ก็เลยเลือกผลัดแรก ส่วนผมก็เลยเลือกโรงบาลสรรพสิทธิ์ไปก่อน
19 เมษายน 2008
บ้านพักหมายเลข 16
โรงพยาบาลโนนสังเป็นโรงพยาบาลชุมชม เป็นโรงบาล 30 เตียง ห่างจากขอนแก่น 80 โล ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลมาก มีรถขอนแก่น-หนองบัวฯคันสีม่วงผ่าน
จากการที่ผมมาอยู่อำเภอนี้ที่เด่น ๆ ที่สังเกตได้ในขณะนี้คือล
1. อำเภอนี้ไม่มีเซเว่น มีแต่ร้านโชว์ห่วย
2. ที่นี่มีปั๊มน้ำมันที่เดียว เป็นปั๊มสหกรณ์และก็มีแค่น้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 91ให้เติมเท่านั้น ถ้าจะเติมเบนซินจะมีตู้น้ำมันหยอดเหรียญให้เติม ราคาน้ำมันหยอเหรียญจะแพงกว่าราคาตลาด 3-4 บาท
3. ที่อำเภอนี้ไม่มีจับหมวกกันน๊อกคับ
พี่แหม่มได้จัดให้ผมพักที่บ้านพักหมายเลข 16 เป็นบ้านไม้ ในตัวบ้านก็แทบจะไม่มีอะไรเลย นอกเสียจาก ไฟฟ้าและแจ๊คทีวี ถ้าเทียบที่อยู่กับผลัดแรกที่โรงบาลสรรพสิทธิ์ ผมเหมือนเป็นคุณชายตกยากเลย
ที่อุบลผมพักที่อพาร์ทเมนต์มีทีวี ตู้เย็น ห้องน้ำมีฝักบัว มีเครื่องทำน้ำอุ่น แต่ที่บ้านพักหมายเลข 16ของผมกลับตรงข้ามกับที่อุบล แต่บ้านพักผมมีพื้นที่มากกว่าอพาร์ตเมนต์ที่ผมอยู่(มันก็ไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้คุณภาพชีวิตผมเพิ่มขึ้นเลย)
ในเรื่องอาหารการกินที่นี่จะอยู่ห่างจากโรงบาล 2 โล พี่แหม่มก็เลยให้ยืมรถพี่มดแฟนพี่แหม่มไปใช้พลาง ๆ ก่อน ก็ขอขอบคุณพี่แหม่มไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะคับ
21 เมษายน 2008
บายศรีสู่ขวัญ
ตอนที่ผมมาค่ายคราวนั้นมีเภสัช 4 คน เวลาผ่านมา 4ปี กลับเหลือ 2 คน พี่แหม่มยังเป็นหัวหน้าห้องยาเหมือนเดิม พี่ ๆ เภสัช 3 คนก่อนนั้นย้ายกลับภูมิลำเนาตัวเองและเพิ่งรับพี่อึ่ง รุ่นพี่มข. Rx'19 ได้ปีเดียว ถือว่าที่โรงบาลนี้เภสัชขาดแคลน พี่ ๆ ที่อยู่นี่ 2 คนต้องทำงานกันหนักทีเดียว
ตอนเช้าพี่แหม่มพาผมกับพี่เดชไปแนะนำตัวทั่วทั้งโรงบาล ไม่เหมือนที่สรรพสิทธิ์ที่พี่ ๆ เขาจะพาไปแนะนำเฉพาะห้องยาของโรงบาลเนื่องจากเป็นโรงบาลใหญ่ถ้าแนะนำตัวทั่วทั้งโรงบาลคงไม่เป็นอันทำอะไรกันแล้ว
พี่แหม่มพาพวกผมไปแนะนำตัวกับผอ.โรงบาลด้วย ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่าผอ.จะหนุ่มมากคือ จบมาทำงานได้ 3 ปีก็ได้เป็นผอ.เลย และเพิ่งอายุได้ 28 ปีเอง
พี่อึ่งแกจะชอบถามคำถามที่บางที่ก็คิดไม่ถึง ความรู้เก่า บางคำถามก็เป็นความรู้ใหม่ พี่แกบอกว่าที่แกถาม เคยเป็นข้อสอบสภาทั้งนั้น
โรงบาลนี้คนไข้ไม่ค่อยเยอะ ออร์เดอร์ยาจะมาเป็นช่ว ๆ ไม่ไหลเป็นเทน้ำเทท่าเหมือนโรงบาลสรรพสิทธิ์ เวลาจัดก็ไม่ตอ้งรีบ เดินนวยนาดจัดยาตามความสบายใจ
ตอนเที่ยงพี่ ๆ พาไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว ก็อร่อยดี แถมถูกอีกต่างหาก คือไปกัน 7 คนสั่งก๋วยเตี๋ยวกันทุกคน ส้มตำ 2 จาน มีของหวานอีก แต่แค่ 155 บาท เฉลี่ยคนละ 22 บาทเท่านั้นเอง
ตอนเย็นมีงานพาแลงบายศรีสู่ขวัญอำลา หมอ 3คนไปเรียนต่อเฉพาะทาง ทันตะ เจ้าพนักงานย้าย ทำให้เหลือหมอคนเดียวที่โรงบาลนี้แล้วคับ ต้องรอสิ้นเดือนหมอใหม่ถึงจะมา
อาหารพาแลงก็โอเคดี จะเป็นพวกอาหารอีสาน สรุปวันนี้ผมไม่ได้ใช้ตังค์เลยซักบาท ก็อย่งที่บอก ที่อยู่ที่กินร้านขายของอยู่ห่างจากโรงบาล 2 โล ไปมาลำบาก พอไม่ได้ออกไปกินข้าวในตลาด มันก็ไม่มีอะไรซื้อ
22 เมษายน 2008
ออกPCU
งานที่โรงบาลชุมชนค่อนข้างจะยืดหย่น ไม่ฟิกซ์เหมือนโรงบาลใหญ่ อย่างเช่น วันนี้ตามตารางมีกำหนดทำอันนี้ แต่พอมีงานอื่นมาแทรกก็ต้องทำไปก่อน
อย่างวันนี้ตามกำหนดการเป็นการเรียนรู้แผนผังโครงสร้างองค์กร หลังจากที่พี่แหม่มพูดถึงแผนผังองค์กรเสร็จ ก็ได้รับการแจ้งจากอนามัยหนองเรือให้ไปออกPCUหรือออกหน่วยปฐมภูมิ
การออกPCUหรือการออกหน่วยปฐมภูมิก็เป็นเหมือนหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ คือ มีหมอออกไปตรวจสุขภาพแล้วเขียนคำสั่งจ่ายยา ส่งมาที่เภสัช เภสัชจะจัดยา จ่ายยาพร้อมให้คำแนะนำและเช็คดูว่าคนไข้เข้าใจวิธีรับประทานยาหรือไม่ ระบบก็เหมือนในโรงบาลแต่ออกมาที่หมู่บ้านเท่านั้น
สถานีอนามัยจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและพยาบาลประจำอยู่ ตอนไปถึงพี่AOI(พี่อ้อยนะคับ) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังตรวจวัดความดันคนไข้อยู่ พี่อ้อยเอาแฟ้มผู้ป่วยเป็นปึ้ก ๆ ให้หมอเจี๊ยบเพื่อใช้เรียกคนไข้ตรวจ
ส่วนพวกผม พี่ติ๊กพี่เจ้าหน้าที่ห้องา จะรอใบสั่งจากคนไข้ มาเขียนซองยา จัดยา จ่ายยา ให้คำแนะนำคนไข้
คนไข้ที่ตำบลหนองเรือเยอะมากคับ เพราะPCUจะออกตำบลละ 1 เดือน มาออกทีคนไข้ก็มากันใหญ่ วันนี้หลังจากจ่ายยาเสร็จมีคนไข้ทั้งหมด 89 คน นั่นหมายถึงว่าพวกผมจัดยากันถึง 89 รายการเลยทีเดียว
คนไข้ทั้งหมดจะเป็นโรคเรื้อรังอย่าง เบาหวาน ความดัน หัวใจ ยาที่จ่ายก็เกี่ยวกับโรคพวกนี้ มีไม่กี่รายการ จ่ายทีอยู่เป็นเดือน2เดือน
คนไข้บางคนจะชอบบ่นว่าตัวเองมาก่อน ตรวจก่อน แต่ได้ช้ากว่าคนที่มาทีหลัง ไม่รู้ว่าจะรีบไปไหน พูดยังกับว่าพวกผมลัดคิวให้คนอื่นซะงั้น ทั้งที่พวกผมก็ทำตามขั้นตอน ใครมาก่อนจัดให้ก่อน คนที่บ่นคงกดดันพวกผมมากกว่า คิดว่าถ้าบ่นไปแล้วเราจะลัดคิวให้ เหอะ ๆ
ที่จริงคนที่มาทีหลังได้ก่อนก็มีบ้างเนื่องจาก คนมาทีหลังมีรายการยาไม่เยอะจัดแป๊ปเดียวก็เสร็จ คนมาก่อนได้ช้าเพราะมีรายการยาเยอะ
ที่อนามัยหนองเรือก็อินเทรนด์กับเขาด้วย คือไม่ใช้ถุงพลาสติก จะให้คนไข้จ่าย 15 บาทกับถุงผ้าเพื่อใส่ยา คราวหน้ามาอีกก็พกถุงผ้ามารับยาด้วย
ที่แปลกใจผมวันนั้นคือ หลังจากที่หมอเจี๊ยบตรวจคนไข้เสร็จ เห็นว่าคนไข้เยอะยังอุตส่าห์มาช่วยพวกผมจัดยาอีก
เสร็จจากนั้นพี่อ้อยก็พาพวกผมไปเลี้ยงข้าวที่ร้านครัวอีสาน อิ่มจังตังอยู่ครบอีกแล้วตู
23 เมษายน 2008
สันเขื่อนอุบลรัตน์
ตอนเที่ยงมีขนมจีนชุดใหญ่มาเลี้ยงถึงห้องยา ถามไปถามมาเป็นขนมจีนของพี่ติ๊ก พี่แกเอามาเลี้ยงวันเกิด เป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้วที่ได้กินข้าวเที่ยงฟรี
ทุกวันพุธตอนเย็นที่โนนสังจะมีตลาดนัดขายของที่วัดแถว ๆ ตลาด คนที่นี่เรียกว่าคลองถม เดินได้สักพักเจอกับพี่อึ่ง อ๊อฟ เลยชวนพวกผมไปดูสันเขื่อนอุบลรัตน์
เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูแล้งน้ำแห้งไปมาก ทำให้วิวดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ พวกพี่ ๆ ก็เลยพากพวกผมไปบ้านโนนยาว ที่มองเห็นเขื่อนอุบลรตน์ได้ชัดเจน มองออกไปข้างหน้าเป็นทิวแถวเรียงยาวคอยดอบน้ำในเขื่อน
เมื่อไปนั่งชมที่นั่นวิวสวยงาม ทีเทือกเขาจะสังเกตเห็นช่องเล็ก ๆ นั่นคือ ช่องเขาที่เขาระเบิดเพื่อทำทางเชื่องระหว่างอำเภอุบลรัตน์กับอำเภอโนนสังเพื่อเป็นทางผ่านไปตัวจังหวัดหนองบัว ตอนที่เดินทางมาโนนสังจะสังเกตเห็นมีช่องเขาที่เขาระเบิดและจะมีจุดชมวิวตรงนั้นซึ่งก็คือช่องเขาที่เรามองเห็นที่บ้านโนนยาว
อาหารที่สั่งจะเป็นพวกปลาเผา ปลาราพริก ตอนค่ำ ๆ วิวก็สวยไปอีกแบบเนื่องจากริมเขื่อนบริเวณเทือกเขาเปิดไฟแซมประชันกับความมืด ทำให้ภาพที่ออกมาถ้านั่งอยู่บ้านโนนยาวเป็นภาพที่สวยงามมาก
และยิ่งดีไปกว่านั้นอีก คือ พี่อึ่ง เลี้ยงคับ อิ่ม 2 มื้อติด ๆ แล้ว(555)
24 เมษายน 2008
แยกวง
ทุกวันพฤหัสกับวันศุกร์จะมีคลินิกเบาหวาน จากที่พี่ ๆ บอกมาคือ 2 วันนี้คนไข้เยอะมาก จัดยา จ่ายยาเป็นระวิงเลย และที่ทราบจากเมื่อวานอีกว่าวันนี้มีคนไข้ถึง 300 คน
ช่วงเข้าพี่แหม่มให้ผมหรือพี่เดชไปออกPCUกับพี่ติ๊ก ปรากฏว่าพี่เดชอาสาไปออกPCU ส่วนผมรอรับศึกคนไข้เบาหวาน 300 คน
วันนี้ผมทำเกือบทุกอย่างเลยทั้งรับออร์เอร์ยามาคีย์คอม แล้วปริ๊นท์ จัดยา เช็คยา จ่ายยา ร่วมกับพี่แหม่ม พี่วรรณ พี่ต๋อย อ๊อฟ น้องนีน้องเจ้าพนักงานที่มาเริ่มทำงานเป็นวันแรก
ทีแรกนึกว่าจะหนัก แต่จัดไปจัดมาก็ไม่ด้เยอะอะไรมากมายก็จัดไปเรื่อย ๆ พี ๆก็ถามว่าหนักมั้ย ก็บอกว่าไม่หนักเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับสรรพสิทธิ์โรงบาลที่ผมฝึกงานผลัดแรกแล้ว ที่โนนสังดูจิ๊บ ๆ ไปเลย เพราะที่สรรพสิทธิ์เสียงเครื่องปริ๊นท์ฉลากยาจะดังตลอดเวลา แทบจะไม่หยุดหายใจ กองตะกร้าที่จะจัดยาก็สูงท่วมหัวจัดยาเป็นระวิง แทบจะไม่ได้นั่งพัก ไม่เหมือนที่โนนสังเรายังพอมีเวลานั่งพัก กินน้ำ
นี่แหละคับคือผมเอง(กรี๊ด ๆ ๆๆ...แหวะ)
ที่โนนสังบ่าย 2 บ่าย3จะไม่ค่อยมีออร์เดอร์แล้วถ้ามีก็มีประปราย ไม่เหมือนที่สรรพสิทธิ์ตอนเที่ยงหรือแม้กระทั้งบ่าย 4 โมงเวลาเลิกงาน ออร์เดอร์ยังมากนไม่หยุดไม่หย่อน
ดังนั้นถ้าเทียบสรรพสิทธิ์กับโนนสังแล้วโนนสังเบากว่าเยอะเลย
ตอนที่ผมไปกินข้าวกับพี่เดช ผมสั่งข้าวผัดกุ้ง พี่เดชสั้งคะน้าหมูกรอบ ข้าวผัดกุ้งของผมได้กุ้งเยอะมากประมาณ 4-5 ตัว ตอนจ่ายตังค์เตรียมเงินไว้ 30 เพราะข้าวผัดกุ้งน่าจะแพงกว่าชนิดอื่น 5 บาท แต่ตอนจ่ายตังค์คนขายเก็บ 25 บาท พี่เขาบอกว่าอาหารที่นี่ทุกจานเท่ากันหมด 25 บาท