DAY 7 : ชักเบื่อแล้วสิ
วันนี้ก็เข้าสู่วันที่ 7 ที่ผมบวชแล้ว หลาย ๆ อย่างเริ่มลงตัว บิณฑบาตรตอนเช้าที่ผมเคยมีปัญหาเรื่องห่มจีวร กลัวบาตรตกก็พอปรับตัวได้แล้ว ทำให้ผมเริ่มเบื่อ เพราะต้องมาทำอะไรจำเจซ้ำซากทุกวัน ๆ ผมชอบอะไรที่มันตื่นเต้นท้าทาย ไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น
แต่นี่ตื่นเช้ามาก็รู้แล้วว่าวันนี้ต้องทำไร ที่ไหนอย่างไร ถ้าจะพิเศษหน่อยวันนั้นเป็นวันพระจะมีทำวัตรเย็นรวม แล้วฟังโอวาทย์จากครูจารย์ท่าน
DAY 8 : คุยธรรมะกับครูบาโน้ต
ครูบาโน้ตนอกจากจะสวดปาติโมกข์ได้แล้ว ท่านยังรู้ในหลาย ๆ เรื่องทั้งในพระพุทธศาสนาเองหรือว่ากับศาสนาอื่นท่านก็ศึกษาเหมือนกันเพื่อเอามาเปรียบเทียบกัน ท่านว่าconceptของการสำเร็จไม่จำเป็นต้องนับถือพระพุทธศาสนาก็ได้ แต่ขอให้เราภาวนา รวมจิตของตนเองให้ออกจากกาย พอรวมจิตได้แล้วก็พิจารณาว่าจิตไม่มีตัวตนถ้าผ่านจุดนี้ได้ก็สำเร็จแล้ว(ฟังดูงง ๆ ไงไม่รู้)
ท่านได้ยกตัวอย่างลัทธิเซ็น ท่านอ่านดูหลักของนิกายเซ็นแล้วท่านว่า ผู้ที่ก่อตั้งลัทธิน่าจะสำเร็จไปแล้วแต่รุ่นต่อมาไม่แน่เพราะถ้าไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วก็ไม่อาจปฏิบัติตามได้(อันนี้เป็นวิจารณญาณนะคับ)
ครูบาโน้ตยังได้พูดถึงลัทธิเต๋าว่า หลักธรรมของลัทธินี้เขียนทิ้งไว้โดยปัจเจกพระพุทธเจ้า
ปัจเจกพระพุทธเจ้าคือพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้แล้วแต่ว่าไม่ได้มาโปรดสัตว์ ท่านสำเร็จแล้วท่านก็อยู่ของท่านแล้วทิ้งหลักธรรมให้เกิดลัทธิเต๋าขึ้นมา ถ้าเข้าใจหลักของเต๋าแล้วปฏิบัติตามก็สำเร็จได้เหมือนกัน เพราะท่านว่าท่านดูหลักของนิกายเต๋าคร่าว ๆ ก็พอรู้ว่าเป็นหลักธรรมที่ลึกซึ้ง เกี่ยวกับการภาวนาและจิตล้วน ๆ (อืม เดี๋ยวจะลองหาหลักลัทธิเต๋ามาอ่านดู)
ถ้าต้นกำเนิดลัทธิเต๋าเกิดจากปัจเจกพระพุทธเจ้าที่ทิ้งหลักธรรมไว้ ทำให้ผมนึกถึงหนังจีนกำลังภายในที่ผู้สำเร็จเป็นปรมาจารย์วิชาบู๊แล้วเขียนเคล็ดวิชาไว้ตามผนังถ้ำ ผ่านไปพระเอกมาเจอแล้วฝึกตามก็เลยสำเร็จวิชาบู๊ตาม(HA)
ขอชี้แจงก่อนนะคับ คือบันทึกนี้เป็นบันทึกตอนที่ผมบวชเมื่อปีที่แล้วคับ แล้วผมจะค่อย ๆ ทยอยลงให้ครบ 23 วัน ไม่ใช่ว่าตอนนี้ผมกะลังบวชอยู่ก็สามารถอ่านย้อนหลังตั้งแต่ Day 0ได้คับ