2008/Jun/25

DAY 7 : ชักเบื่อแล้วสิ

วันนี้ก็เข้าสู่วันที่ 7 ที่ผมบวชแล้ว  หลาย ๆ อย่างเริ่มลงตัว  บิณฑบาตรตอนเช้าที่ผมเคยมีปัญหาเรื่องห่มจีวร  กลัวบาตรตกก็พอปรับตัวได้แล้ว  ทำให้ผมเริ่มเบื่อ  เพราะต้องมาทำอะไรจำเจซ้ำซากทุกวัน ๆ ผมชอบอะไรที่มันตื่นเต้นท้าทาย  ไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น 

แต่นี่ตื่นเช้ามาก็รู้แล้วว่าวันนี้ต้องทำไร  ที่ไหนอย่างไร  ถ้าจะพิเศษหน่อยวันนั้นเป็นวันพระจะมีทำวัตรเย็นรวม  แล้วฟังโอวาทย์จากครูจารย์ท่าน

DAY 8 : คุยธรรมะกับครูบาโน้ต

ครูบาโน้ตนอกจากจะสวดปาติโมกข์ได้แล้ว  ท่านยังรู้ในหลาย ๆ เรื่องทั้งในพระพุทธศาสนาเองหรือว่ากับศาสนาอื่นท่านก็ศึกษาเหมือนกันเพื่อเอามาเปรียบเทียบกัน  ท่านว่าconceptของการสำเร็จไม่จำเป็นต้องนับถือพระพุทธศาสนาก็ได้  แต่ขอให้เราภาวนา  รวมจิตของตนเองให้ออกจากกาย  พอรวมจิตได้แล้วก็พิจารณาว่าจิตไม่มีตัวตนถ้าผ่านจุดนี้ได้ก็สำเร็จแล้ว(ฟังดูงง ๆ ไงไม่รู้)

ท่านได้ยกตัวอย่างลัทธิเซ็น  ท่านอ่านดูหลักของนิกายเซ็นแล้วท่านว่า  ผู้ที่ก่อตั้งลัทธิน่าจะสำเร็จไปแล้วแต่รุ่นต่อมาไม่แน่เพราะถ้าไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วก็ไม่อาจปฏิบัติตามได้(อันนี้เป็นวิจารณญาณนะคับ)

ครูบาโน้ตยังได้พูดถึงลัทธิเต๋าว่า  หลักธรรมของลัทธินี้เขียนทิ้งไว้โดยปัจเจกพระพุทธเจ้า 

ปัจเจกพระพุทธเจ้าคือพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้แล้วแต่ว่าไม่ได้มาโปรดสัตว์  ท่านสำเร็จแล้วท่านก็อยู่ของท่านแล้วทิ้งหลักธรรมให้เกิดลัทธิเต๋าขึ้นมา  ถ้าเข้าใจหลักของเต๋าแล้วปฏิบัติตามก็สำเร็จได้เหมือนกัน  เพราะท่านว่าท่านดูหลักของนิกายเต๋าคร่าว ๆ ก็พอรู้ว่าเป็นหลักธรรมที่ลึกซึ้ง  เกี่ยวกับการภาวนาและจิตล้วน ๆ (อืม เดี๋ยวจะลองหาหลักลัทธิเต๋ามาอ่านดู) 

ถ้าต้นกำเนิดลัทธิเต๋าเกิดจากปัจเจกพระพุทธเจ้าที่ทิ้งหลักธรรมไว้  ทำให้ผมนึกถึงหนังจีนกำลังภายในที่ผู้สำเร็จเป็นปรมาจารย์วิชาบู๊แล้วเขียนเคล็ดวิชาไว้ตามผนังถ้ำ  ผ่านไปพระเอกมาเจอแล้วฝึกตามก็เลยสำเร็จวิชาบู๊ตาม(HA)

ขอชี้แจงก่อนนะคับ  คือบันทึกนี้เป็นบันทึกตอนที่ผมบวชเมื่อปีที่แล้วคับ  แล้วผมจะค่อย ๆ ทยอยลงให้ครบ 23 วัน  ไม่ใช่ว่าตอนนี้ผมกะลังบวชอยู่ก็สามารถอ่านย้อนหลังตั้งแต่ Day 0ได้คับ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ้าว เป็นหลวงพี่อยู่เหรอครับ?

_/\_
#1  by  >t-O.y: At 2008-06-25 11:01, 
ทรายคิด ตามที่เข้าใจนะคะ

การบวช คือ การทำให้สงบ (รึเปล่า?)

ทรายเคยบวชชี-พราหม์ มาบ้าง

เลยร้สึกว่า ถ้เราทำความรู้สึกของเราให้เนียน ๆ

(ทรายตอนนนั้นก็เอาแต่มองฟ้ามองน้ำ แล้วก็ยิ้มลูกเดียว 555)

เราก็คงจะไม่รู้สึกเบื่อมั้งคะ

ถ้ายังไงก็ขอให้ได้ซึ้งในรสพระธรรมอย่างที่ต้องการนะคะ

หลวงพี่
#2  by  Black_DeviL At 2008-06-25 11:08, 
ปรับตัวได้ไวนะคะ big smile
#3  by  VAR At 2008-06-25 11:52, 
ผมชอบตรง "conceptของการสำเร็จไม่จำเป็นต้องนับถือพระพุทธศาสนาก้ได้"

ผมว่ามันเป็นเรื่องที่จริงแท้ที่สุดเลยครับ
#4  by  มนุษย์กล่อง At 2008-06-25 15:27, 
เอ้า หลวงพี่ทำไมไม่สละบล๊อคก่อนล่ะครับ -_-'
แปลกๆดีนะครับ ^-^'
#5  by  ★ STARBUCKS! no coffee,no me and no you! At 2008-06-25 15:48, 
สละบล็อกก่อนก็ได้ขอรับ ไว้ศึกออกมาก่อนค่อยมาทักทายกันในบล็อกขอรับ
#6  by  देवता At 2008-06-25 16:40, 
ตอบ toy
ป่าวคับเป็นบันทึกตอนที่บวชเมื่อปีที่แล้วคับ
ตอบ black devil
ถูกคับ มันต้องค่อย ๆ ฝึกคับ กับการที่เราดำรงชีวิตเป็นฆราวาสแล้วมาเป็นพระ การใช้ชีวิตประจำวันจะต่างกันมากคับ
ตอบ var
คับ
ตอบ มนุษย์กล่อง
ใช่คับ แต่หนทางอื่นที่ไม่ใช่พุทธศาสนาจะทำให้เราหลุดพ้นได้จริงมั้ย
ตอบ starbucks
เข้าใจผิดกันแล้วคับ อ่านตรงท้ายบล็อกก็จะเข้าใจนะคับ
ตอบ ใต้ท้องฟ้าสีฟ้า
เหมือนที่ตอบสตาร์บั๊คส์คับ
#7  by  Frankie8 At 2008-06-25 19:59, 
งั้นผมก็ต้องเรียกว่า ทิด ซินะครับ big smile
#8  by  ชายคลอง At 2008-06-26 10:33, 
ได้อะไรจากการบวชเยอะมั๊ยคะ
ทำไมบางคนบวชมาแล้วถึงยังปฏิบัติตนเหมือนคนไม่เคยบวชเรียน หรือมันคงอยู่ที่สำนึกของแต่ละคนมั๊งคะ
#9  by  eeddy(อี๊ด) At 2008-06-26 11:09, 
มาอัพวันี่เหลือเร็วๆนะคะ..sad smile
#10  by  Lovelyjay At 2008-06-26 15:14, 
ลำบากก็ตอนห่มจีวรแล้วเดินบิณฑบาตรนี่แหละ
ใหม่ ๆ ไหนจะกลัวจีวรหลุด ยิ่งเจอโยมตักข้าวร้อน ๆ ใส่เนี่ย โหมันร้อนจนถึงลำใส้เชียวหล่ะ ใช่มั้ย

ที่ซาบซึ้งสุด ๆ ก็ตอนโยมแม่มาตักข้าวใส่บาตรให้ หน่ะ น้ำตาจะไหล เป็นเหมือนกันมั้ยหล่ะ

#11  by  ดอก ช บ า At 2008-06-26 16:42, 
ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
อิอิ..ตอนนี้ก้อกำลังเครชี่ธรรมะมากมาย
หลังจากไปค้นอ่านธรรมนิยายอิงชีวิประวัติของ
หลวงพ่อจรัล อยากฝึกกรรมฐานมากมายแต่ด้วยเวลา
และสภาพของตัวเองยังไม่อำนวยเลยต้อง..พักไว้ก่อน อิอิ แต่ต้องพยายามหาโอกาสให้ได้
#12  by  ยูกิจัง At 2008-06-26 23:09, 
ดีจังค่ะที่ได้มีโอกาสบวช (อยากบวชพระบ้างแต่คงทำไม่ได้)อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ big smile
#13  by  kaew At 2008-06-27 09:38, 
อ่านตอนแรกนึกว่าบวชอยู่ครับ มาเจอคำชี้แจงเลยถึงบางอ้อ cry

ช่วงผมบวชนี่นั่งมองใบไม้ตกจากยอดเลยนะ เพราะรู้สึกร้อนรุ่มเหลือเกิน แต่สรุปสุดท้ายก็เริ่มเข้าใจใจตัวเองมากขึ้น จากจะบวชเดือนเดียวกลายเป็นเจ็ดเดือนไปซะได้ มานึกย้อนไปตอนนั้นยังคิดเลยว่าทำไปได้ไง cry
#14  by  หิมะเดือนธันวาฯ At 2008-06-27 13:54, 
ตอบ ชายคลอง
แม่นแล้วคับ
ตอบ eddy
ขึ้นอยู่กับคนมากกว่า คนที่สึกออกมาแล้วแย่กว่าเดิม ผมว่าเขาไม่ได้ตั้งใจบวชหรอก เพราะเขาไม่ได้ศรัทธาอย่างแท้จริง
ตอบ lovelyjay
คับ
ตอบ ดอกชบา
รู้สึกเหมือนกันเลยคับ ตอนบวชโยมแม่ร้องไห้ด้วยคับ
ตอบ ยูกิจัง
ไม่ต้องฝึกไรมากมายหรอกคับ นั่งอยู่เฉย ๆ แค่มีสมาธิ มีสติก็ได้แล้วคับ
ตอบ kaew
คับ ไม่ได้บวชก้ทำบุญ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ได้คับ
ตอบ หิมะเดือนธันวา
โหบวชตั้ง 7 เดือนเลยเหรอคับ สุดยอดมากคับขอคารวะ นี่ถ้าไม่ติดไรผมว่าคุณคงไม่สึกแน่เลยนะคับ บวชไป ๆ มันเริ่มปรับตัวได้ จะอยู่กี่วันก็ได้ เพราะจิตเราสงบแล้ว แต่คนที่ยวชตามประเพณี 7 วัน ยังไม่ได้ปรับไรเลยก็สึกแล้ว
#15  by  Frankie8 At 2008-06-27 17:18, 
ตอนผมบวชไม่มีเรียนแบบนี้แฮะsad smile
เลยไม่ลึกซึ้ง แหะๆ
#16  by  Tongy At 2008-06-27 18:39, 
ไม่คิดว่าจะเคยผ่านการบวชเรียนมาแล้วนะเนี่ย sad smile
#17  by  สาวสาธารณะ(สุข) At 2008-06-27 20:44, 
คงเป็นความทรงจำที่ดีมากจิงๆ
ผ่านไปเป็นปีแล้วยังเล่ารายละเอียดได้เป็นวันๆได้อยู่อ่ะค่ะ

อ่านเพลินด้วย ได้ไรดีๆกลับไปด้วย -- ดีจัง cry
#18  by  Am not the supersTaR~* At 2008-06-28 15:43, 
ตอบ Tongy
ขึ้นอยู่กับแต่ละคนมากกว่านะคับ
ตอบ สาวสาธารณ(สุข)
big smile
ตอบ am not the superstar
ขณะที่บวชก็จดบันทึกไปด้วยคับ ไม่งั้นคงจำไม่ไหว
#19  by  Frankie8 At 2008-06-28 19:45, 
มาอ่านบล็อคถูกช่วงพอดีเลย

เพราะตอนนี้ก็กำลังถือศีลอยู่พอดีเลยคะ

งดเนื้อสัตว์ งดดื่มเหล้าbig smile
#20  by  St.Maya' At 2008-06-28 20:19, 
ตอบ Stmaya
ผมสึกมาแล้วยังถือศีล5อยู่เลยคับ
อนุโมทนาด้วยคับ ผมยงทานเนือ้สัตว์อยู่
#21  by  Frankie8 At 2008-06-29 17:38, 
big smile big smile open-mounthed smile
#22  by  แมงปอ At 2008-06-30 08:34, 

<< Home