ส่องประเทศไทย
ตอนที่ 1 ส่องประเทศไทย
6.40
ขอเวลาสามนาทีบอกกับพี่ตรงไปตรงมา น้องรักใครอยู่.....
เขางัวเงียตื่นขึ้นมาปิดโทรศัพท์มือถือที่ตั้งปลุกไว้ เขาหยิบแว่นตาขึ้นมาสวม กดรีโมตดูทีวีช่องต่างๆ
เขากดสลับเวียนไปเวียนมาทุกช่อง ข่าววันนี้ก็แทบไม่ต่างจากข่าวเมื่อวานสักเท่าไหร่ ต่างกับเมื่อวานตรงที่ชุดที่ผู้อ่านข่าวเปลี่ยนเท่านั้น
ข่าววันนี้ของแต่ละช่องยังวนเวียนอยู่กับข่าวเคอิโงะ ตั้งชื่อแพนด้า สร้างบ้านให้แพนด้า เอ่อ แล้วก็ข่าวไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
เขาไม่ค่อยชอบชื่อนี้สักเท่าไหร่ เพราะ
หนึ่ง ชื่อยาวเกินไป
สอง มันไม่สื่อกับโรคเท่าไหร่ ไม่ให้เรียกไข้หวัดเม็กซิโกยังพอเข้าใจที่กระทบภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ไม่ให้เรียกไข้หวัดหมู เพราะกลัวคนแตกตื่น คนไม่กินหมู เหมือนตอนที่มีไข้หวัดนก แต่ต่างประเทศเขายังใช้คำว่า Swine Flu เลย
วันนี้เป็นวันเดียวในรอบสัปดาห์ที่เขาต้องตื่นตอนเช้า เพราะมีนัดส่งต้นฉบับที่ออฟฟิศ เขาหยิบกาแฟขึ้นมาดื่ม พร้อมกับดูการให้สัมภาษณ์ของรองนายกรัฐมนตรีจันทา เกื้อกูลสมบัติพันธ์ เกี่ยวกับสถานการณ์ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ไม่ใช่สิ ไข้หวัดหมู
ท่านรองจันทา ฉายาที่สื่อตั้งให้คือมิสเตอร์คลีน จากการทำงานที่ผ่านมาไม่มีข่าวในการทุจริต เป็นผู้ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคสยามสามัคคีและนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เขาถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ หลังจากที่เขาส่งต้นฉบับเกี่ยวกับการทุจริตยาของท่านรองจันทาสมัยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข จะเกิดอะไรตามมาบ้าง
บอสถึงกับตบโต๊ะฉาดหนึ่ง เมื่ออาทิตย์ก่อน หลังจากที่เขาบอกว่าได้ข้อมูลการทุจริตของท่านรองจันทา
"จะเป็นการแฉที่ดังที่สุด คนพูดถึงมากที่สุด เพราะคนที่ถูกแฉเป็นถึงว่าที่นายกคนต่อไป" บอสบอกอย่างนั้น
เขาทำงานให้นิตยสารส่องประเทศไทยมาได้ 1 ปีแล้ว จากการชักชวนของบอสผู้ก่อตั้งบริษัท วอทช์ ไทยแลนด์ จำกัดและนิตยสารส่องประเทศไทย ขณะนั้นเขายังทำสกู๊ปให้วิจารณ์บ้านเมือง นิตยสารแนวการเมืองที่มียอดขายอันดับหนึ่งในประเทศ
"คุณไชยพัฒน์ ผมกำลังจะทำหนังสือ อยากให้คุณทำคอลัมน์เปิดเผยการทุจริต การเมืองท้องถิ่นจนไปถึงการเมืองระดับประเทศ คุณต้องการเท่าไหร่ผมให้ไม่อั้น"
เหตุผลหลักอาจอยู่ที่เรื่องเงิน แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่เขามาร่วมงานกับบอสคือ ความบ้าดีเดือด ที่กล้ามาลงทุนในธุรกิจแบบนี้ ที่ใครๆก็รู้ว่าทำกำไรได้น้อยกว่าธุรกิจอื่นๆ
"เมืองไทยจะต้องมีคนกล้า คนเสียสละ ประเทศถึงจะอยู่ได้ เหมือนกับแต่ละโรงเรียนจะต้องมีครูดุ เน้นระเบียบวินัย ไม่มีใครหรอกอยากให้นักเรียนเกลียด แต่มันต้องมี ต้องเสียสละ"
ส่องประเทศไทยเป็นนิตยสารที่เน้นในแนวการเมือง แต่จะมีส่วนอื่นด้วย คือ เศรษฐกิจ สังคม บันเทิง กีฬา เล่นเกมชิงรางวัล ฯลฯ เรียกได้ว่า วิจารณ์บ้านเมืองมีอะไร ส่องประเทศไทยก็มีด้วย
"สื่อมวลชนเป็นเหมือนกระจกส่องสังคม ที่จริงส่องประเทศไทย ชื่อนี้ผมได้มาจากความชื่นชอบต่อตัวหลี่ซื่อหมิน คุณรู้จักมั้ย"
"อ่อคับ นักร้องไต้หวัน ห้าห้า ล้อเล่นคับ หลี่ซื่อหมินหรือโอรสสวรรค์ ถังไท่จงเป็นกษัตริย์องค์ที่สอง ของราชวงศ์ถัง"
"เยี่ยม นี่ก็อีกเหตุผลนึงที่ผมเลือกคุณมาทำงานด้วย เพราะความรอบรู้ด้านประวัติศาสตร์ของคุณนี่แหละ หลี่ซื่อหมินพระองค์ตรัสว่า ทั้งชีวิตพระองค์มีคันฉ่องอยู่ 3 บาน บานแรกคือคันฉ่องที่พระองค์ใช้ส่องพระพักตร์ บานที่สองคือเหตุการณ์ในอดีต ข้อผิดพลาดในอดีต ที่พระองค์จะนำมาแก้ไข และบานสุดท้ายคือเว่ยเจิง ขุนนางที่จะคอยทัดทาน ตำหนิติเตียนพระองค์เมื่อมีข้อผิดพลาด ไม่เหมือนกับขุนนางท่านอื่นที่จะคอยประจบพระองค์ สมัยนี้สื่อมวลชนก็เหมือนกระจกบานนึง"
เขาใช้ชื่อคอลัมน์ว่า ฟันตรงประเด็น ใช้นามปากกา อากิก นามแฝง(อีกที)ของซาเสี่ยวเอี้ย(นายเล็กคนที่สาม) เจี่ยเฮียวฮงในเรื่องซาเสี่ยวเอี้ย ที่จริงแล้วอากิกไม่ใช่เขาคนเดียวหรอก แต่เป็นทีมงานของเขาที่มาจากวิจารณ์บ้านเมือง คนอ่านมักจะเข้าใจว่า อากิกคือคนคนเดียว
ลูกทีมของ อากิก มีอยู่ด้วยกันสามคนคือ ทัศน์ คิด ราม ข้อมูลส่วนใหญ่ลูกทีมของเขาจะไปค้นมา บางครั้งเขาอาจจะออกภาพสนามบ้างแล้วแต่จังหวะ โอกาสและความยากง่ายของงาน บางข้อมูลก็เป็นฝ่ายตรงข้ามในหน่วยงานนั้นเอามาให้ เนื่องจากงานแบบนี้มีผู้เสียผลประโยชน์ อาจเกิดอันตรายได้ ชื่ออากิกจึงถูกปิดเป็นความลับว่าคือใคร แม้แต่คนในออฟฟิศหรือในกองบรรณาธิการ มีแต่บอสเท่านั้นที่รู้
อากิกดังมากในการเปิดเผยข้อมูลการทุจริต คนอ่านจะรอดูว่าสัปดาห์นี้อากิกจะแฉใคร เรื่องอะไร ถ้าซ้อเจ็ดดังในการแฉวงการบันเทิง อากิกก็ดังในการแฉวงการการเมืองเช่นกัน
ส่องประเทศไทยออกมาเพียงฉบับแรก ก็ถูกขายหมดภายในเวลาไม่กี่วัน จากการเปิดเผยข้อมูลการทุจริจข้าวของรัฐมนตรีช่วยเกษตรสมชาย วารีพินิจ จนถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรีในเวลาต่อมา การแฉของอากิกถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางไม่จำกัดเฉพาะคอการเมืองเท่านั้น
เรื่องที่อากิกแฉไปแล้ว มีหลายเรื่องอยู่ในการพิจารณาของปปช. บางเรื่องอยู่ในชั้นศาล บางเรื่องปปช.ได้ขอข้อมูลจากส่องประเทศไทยด้วย
เมื่อสัปดาห์ก่อน รามไปค้นเจอข้อมูลการทุจริตยาของท่านรองจันทราสมัยเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ทัศน์ คิด ราม ใช้เวลา 4 วันในการรวมรวมข้อมูลมาส่งเขา
เขาเดินออกจากที่พักแถวบ่อนไก่ เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินที่ลุมพินีไปลงออฟฟิศที่บางซื่อ
"จะมีใครรู้มั้ยนะว่า อากิก คือคนที่ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ สะพายเป้คนนี้ กำลังเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า เพื่อที่จะนำเรื่องราวให้คนในสังคมไปพูดถึงอีกครั้งนึง"
เขาคิดขึ้นในใจ และคิดทุกครั้งที่ไปส่งต้นฉบับ
to be continued ส่องประเทศไทย ตอนที่ 2 We've been betrayed.
เจ๋งดีค่ะ
office blok flash อะ