Football

ยูโร96-08

Euro'96  England

เกือบ

กว่าจะอัพเรื่องยูโรการแข่งขันก็ประมาณครึ่งทางแล้ว  ช่วงนี้มรสุมรุมเร้าเหลือเกินคับ  ทั้งทำproject  seminar  ไม่ได้เรียนแล้วก็จริงแต่ไอ้พวกนี้ยากกว่าเรียนเยอะเลย  เซิร์ชเป็นวันยังหาไม่เจอเลย T_T

ผมเริ่มรู้จักฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือยูโรตอนปี 1996  ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ  ทัวร์นาเมนต์นั้นผมไม่ได้ติดตามอย่างจริงจังเนื่องจาก  ผมต้องตื่นแต่เช้าไปเรียน(ขึ้นรถเข้าไปเรียนในตัวจังหวัดคับ)

ผมทราบความเคลื่อนไหวของการแข่งขันรายการนี้จากวิทยุที่แม่ผมจะเปิดฟังข่าวตอนเช้า  เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่รู้จักสาธารณรัฐเช็ก  เพราะทีมนี้ตั้งแต่รอบ 8 ทีมจนถึงรอบชิง  ยันเสมอทีมคู่แข่ง 0-0  และชนะด้วยการดวลลูกจุดโทษ

ฟังดูจากชื่อประเทศ(ตอนนั้นผมเริ่มติดตามข่าวสารฟุตบอลจริง ๆ จัง ๆ )คนที่ไม่เคยดูบอลน่าจะเดาได้ว่าทีมนี้น่าจะเป็นทีมเล็ก ๆ ไม่เก่งอะไร  เข้าถึงรอบชิงได้ก็ได้รับยกย่องว่าเป็นม้ามืดตัวจริงแล้ว

พอรู้ว่าเช็กเข้ารอบรองเจอฝรั่งเศส(เต็ง1)  ส่วนอังกฤษ(เต็ง2)พบเยอรมัน(เต็ง3)  ผมว่าเช็กไม่น่าจะรอดจากเงื้อมตีนฝรั่งเศสได้  และฝรั่งเศสจะเข้าชิงกับอังกฤษที่ได้เปรียบจากการที่เป็นเจ้าภาพ

พอเอาเข้าจริงกลับกลายเป็นว่าเช็กยันฝรั่งเศสอยู่ 0-0  และเข้าชิงด้วยการชนะจุดโทษฝรั่งเศสอีกครั้ง

ส่วนอังกฤษเสมอเยอรมันในเวลา 1-1  แต่ดันมาแพ้จุดโทษ  คนที่ยิงพลาดของอังกฤษ คือ David Batty กับ Gareth Southgate 

นัดชิงแม่ผมชวนผมมาดูโดยให้เหตุผลว่า 4 ปีมีครั้งเดียว(อีกแล้ว)  คืนนั้นผมเชียร์เช็กเพราะ

1. นิสัยของคนไทยชอบเชียร์มวยรอง  ผมก็เช่นกัน

2. ปี 1994  รอบ 8 ทีม  เยอรมันเจอบัลกาเรีย  ผมเชียร์บัลกาเรียจากเหตุผลข้อ1  และบัลกาเรียพลิกเอาชนะเยอรมันไปได้ 2-1  ทำให้ผมมั่นใจว่า  เช็กน่าจะทำได้เหมือนบัลกาเรีย

3. เนื่องจากข้อ 2 มั้ง  ทำให้ผมไม่ชอบเยอรมันโดยไม่มีเหตุผล

เช็กได้ประตูนำก่อนจากลูกจุดโทษของPatrick Berger  ลูกโทษลูกนั้นไม่น่าเป็นจุดโทษเนื่องจากถูกทำฟาวล์นอกกรอบ  แต่ล้มลงในกรอบเขตโทษ  กรรมการคงเห็นไม่ชัดเลยให้จุดโทษ

เยอรมันยิงตีเสมอจากใครก็ไม่รู้จำไม่ได้(แหะ ๆ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นKlinsmannนะ)  จบ 90 นาที  เสมอกัน 1-1  ต่อเวลาไปอีก

ลูกโหม่งของเบียร์โฮฟฟ์ที่นำแชมป์มาสู่เยอรมัน

ยูโร96  เป็นทัวร์นาเมนต์แรกที่ใช้กฎGolden Gold คือ ในช่วงต่อเวลาใครทำประตูได้ก่อนชนะเลย  และก็เป็นตัวสำรองเบอร์20  Oliver Bierhoff  โขกประตูชัยให้เยอรมันได้แชมป์

และก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่รู้จักคำว่า "ซุปเปอร์ซับ"

Euro 2000  Belgium-Netherland

No.20 again

ยูโรหนนี้เป็นครั้งแรกที่ใช้ระบบเจ้าภาพร่วมคือ BelgiumกับNetherland  เพื่อน ๆ ถามผมว่าทีมไหนจะได้แชมป์  ผมตอบอย่างมั่นใจว่าน่าจะเป็นอังกฤษ  โดยให้เหตุผลว่า  คราวก่อนอังกฤษอดเข้าชิงจากลูกจุดโทษ  คราวนี้จะมาชำระแค้น(555)

แต่ทีมที่ผมเชียร์คืออิตาลีกับฝรั่งเศส

ที่เชียร์ฝรั่งเศสเพราะชอบศิลปวัฒนธรรมประเทศเขาและอิตาลีเล่นบอลแบบมีศิลปะ(ตามมุมมองของผมนะคับ)ไม่ยึดตามกรอบอย่าง  เยอรมันและอังกฤษ

ที่เชียร์ฝรั่งเศสเพราะชอบศิลปวัฒนธรรมเหมือนกันและเรียนภาษาฝรั่งเศสด้วย

ถ้าฝรั่งเศสเจออิตาลีจะเชียร์ทีมไหน  ผมเชียร์อิตาลีคับเพราะมีความอาร์ตมากกว่า(HA)

อังกฤษกับเยอรมันกอดคอกันตกรอบปล่อยให้โปรตุเกสกับโรมาเนียเข้ารอบไป

รอบรองฝรั่งเศสชนะโปรตุเกนจากลูกGolden Goalเจ้าปัญหา  คือ  โปรตุเกสเสียจุดโทษในช่วงต่อเวลาจากลูกแฮนด์บอลของAbel Xavier  ยุ่งล่ะสิคับ  ถ้ายิงจุดโทษเข้าแพ้ตกรอบเลย  นักเตะโปรตุเกสประท้วงกรรมการกันใหญ่  แต่ก็ไลท์บอย  เป็นซีดานที่ยิงจุดโทษอย่างเลือดเย็น  ส่งให้ฝรั่งเศสเข้าชิง

รอบรองอิตาลีเจอเจ้าภาพร่วมฮอลแลนด์  ทั้งเกมอิตาลีโดนบี้อย่างหนัก  แถมผู้เล่นอิตาลีโดนไล่ออกอีก  ฮอลแลนด์ได้ลูกโทษ 2 ครั้ง  Patrick Kluivertยิงพลาดทั้ง 2 ครั้ง  จากการเซฟของFrancesco ToldoมวยแทนBuffonมือ1ที่บาดเจ็บก่อนการแข่งขัน

พอถึงดวลลูกจุดโทษก็เป็นToldoเซฟลูกยิงKluivertอีกครั้ง  ทำให้อิตาลีเข้าชิงกับฝรั่งเศส

นัดชิงอิตาลีตั้งรับอย่างเดียว  ฝรั่งเศสเอาแต่บุกเพลิน  จนเสียประตูให้อิตาลีจากลูกยิงของMarco Delvecchio  พอนำอิตาลีก็อุดเอาเป็นตาย  ช่วง2-3นาทีสุดท้าย  นักเตะอิตาลีที่ม้านั่งสำรอง  กอดคอยืนเป็นแถวหน้ากระดานขอบสนาม  กะว่ากรรมการเป่าหมดเวลาปั๊ปจะกรูลงสนามไปฉลองแชมป์  เออ  กรรมการยังไม่เป่าทำเป็นลางกันแล้ว  Sylvain Wiltoldยิงตีเสมอให้ฝรั่งเศส  ทำเอานักเตะอิตาลีบนม้านั่งสำรองยืนเก้อไป

Trezeguetฮีโร่เมื่อ8ปีก่อนไม่ได้มาด้วย

ในช่วงต่อเวลา  ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเมื่อ 4 ปีก่อน  เมื่อDavid Trezeguetนักเตะตัวสำรองที่เปลี่ยนลงไป  ยิงประตูGolder Goalให้ฝรั่งเศสได้แชมป์  และที่สำคัญTrezeguetใส่ เบอร์20คับ

Euro 2004  Portugal : We love football.

ปีแห่งม้ามืด

เป็นทัวร์นาเมนต์แจ้งเกิดของเวย์น รูนีย์  แต่อังกฤษตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายจากการที่แพ้จุดโทษโปรตุเกส  ถือได้ว่าอังกฤษเป็นทีมที่อาภัพในการยิงลูกจุดโทษ

อิตาลีทีมที่ผมเชียร์ตกรอบแรกเป็นลางไม่ดีตั้งแต่นัดแรกเมื่อTottiไปถ่มน้ำลายใส่ใครนี่แหละแล้วถูกแบน 2 นัด

ส่วนฝรั่งเศสตกรอบด้วยประตูโทนของกรีซที่เป็นแชมป์ในบั้นปลาย

ก่อนหน้าที่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น  เอฟซี ปอร์โต  คว้าแชมป์แชมเปียน ลีก  ไปครองอย่างเหนือความคาดหมาย  ตามที่มองกันไว้ปอร์โตไม่น่าจะรอดรอบ 2  เมื่อเจอแมนฯยูฯ  แต่ปอร์โตก็ผ่านมาได้  ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ จนได้แชมป์ไป

พอถึงยูโรก็ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นปีของม้ามืด  เมื่อกรีซได้แชมป์ไปครอง  ในรอบ 8 ทีมเอาชนะฝรั่งเศสมาได้ 1-0  ตอนที่กรีซเข้ารอบรองผมพูดกับเพื่อนว่า  กรีซน่าจะได้แชมป์เพราะเข้าถึงรอบรองได้ทุกทีมมีสิทธิ์เป็นแชมป์หมดและปีนี้เป็นปีแห่งม้ามืดด้วย  ตอนนั้นเพื่อน ๆ ก็ไม่อยากจะเชื่อที่ผมพูดเหมือนกัน  หลายคนกลับมอง่าโปรตุเกสเจ้าบ้านี่แหละจะเป็นแชมป์

รอบรองกรีซเอาชนะเช็กได้จากSilver Goal  Silver Goalจะต่างจากGolder Goalที่เมื่ออีกทีมยิงนำยังไม่ได้แชมป์  เปิดโอกาสให้ทีมตามแก้ตัวให้จบในครึ่งนั้น ๆ

นัดชิงกรีซเจอโปรตุเกสที่เคยเอาชนะมาได้ในรอบแรก 2-1  กรีซเล่นเกมมหาอุด  แล้วตีกลับ  หลังจากที่โหม่งนำโปรตุเกส  กรีซก็เล่นอุดอย่างอดทนจนได้แชมป์  สร้างเทพนิยายกรีซขึ้นที่โปรตุเกส

Euro 2008  Austria-Suiss(ขอกระแดะใช้ชื่อนี้นะคับ)

ก็เชียร์อิตาลีฝรั่งเศสเหมือนเดิม  แต่ดันมาอยู่กรุ๊ป ออฟ เดธด้วยกันอีก   ถึงวันนี้ยังไม่ถึงนัดสุดท้าย  ผมมองว่าฝรั่งเศสน่าจะเอาตัวรอดได้  ส่วนอิตาลีน่าจะตกรอบเนื่องจากแท็กติกโค้ชคับ  จะเห็นว่าผู้เล่นชุดแชมป์โลกกับคราวนี้ไม่ต่างจากเดิมมาก  แต่ที่ต่างคือแท็กติก  ยกตัวอย่างเช่น  กองหน้าตอนบอลโลกลิปปี้เปลี่ยนกองหน้าไปเรื่อยตามแท็กติกในแต่ละเกม  แต่คราวนี้เอาโทนี่เป็นตัวยืน  โทนี่อาจจะฟอร์มดีกับบาเยิร์นก็จริงแต่โครงสร้างทีมของบาเยิร์นกับอิตาลีไม่เหมือนกัน

อีกเรื่องคือหุบซามบร็อตต้ามาเป็นเซ็นเตอร์  ซึ่งน่าจะเล่นริมเส้นฝั่งขวามากกว่า  เพราะตอนบอลโลกซามบร็อตต้าจะเดินเกมทางฝั่งขวาได้เด่นมาก