Reality

The last life in the university at

Ubonrat

Quarter 2

8 กรกฎาคม 2008

เข้าอบรมกับชาวบ้าน

วันที่ 8-10 กรกฎาคม  โรงบาลจัดอบรมชาวบ้านเรื่อง(เอาชื่อแบบเป็นทางการเลยนะคับ)  การศึกษาอบรมหลักสูตรการจัดทำแผนการผลิตทางการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ของผู้นำเกษตรกรสู่การพึ่งตนเองสู่ภาคประชาชน  พี่เอกได้ส่งพวกผมเข้าอบรมงานนี้ด้วย

ประมาณ 8 โมง  ชาวบ้านทยอยมาลงทะเบียนและรับของ  ของที่ได้จากการอบรมครั้งนี้คือ  แฟ้ม  ปากกา  สมุด  หนังสือองค์ความรู้และภูมิปัญญา  และกระเป๋าแก้โลกร้อน(จริงรึป่าว)คนละ 1 ใบ  ลงทะเบียนเสร็จมีกาแฟ  โอวัลติน  อาหารเช้าให้รับประทานอีก

กว่างานจะเริ่มก็เกือบ ๆ 8 โมงครึ่ง  มีพี่อนันต์  พี่เขียวเป็นผู้ดำเนินรายการเปิดวิดีทัศน์  วิธีเผาถ่ายให้ได้ถ่านที่เผาแล้วไม่ได้สารก่อมะเร็ง  ผมก็เพิ่งรู้ว่ามีวิธีการเผาเพื่อไล่สารที่ก่อมะเร็งในถ่านด้วย  โครงการนี้ไม่ใช่เพิ่งทำนะคับ  มีจังหวัดนำร่องโครงการนี้แล้วคือ  ขอนแก่น,สุรินทร์,อุบลฯ,ร้อยเอ็ด  ชาวบ้านก็นั่งฟังนั่งชมอย่างสนอกสนใจ

ชาวบ้านที่มาเข้าอบรมมาจาก 4 หมู่บ้าน คือ บ้านคำปลาหลาย บ้านจระเข้สงเคราะห์ บ้านคำกระหนวน บ้านหนองแวง  ที่มาก็มีตั้งแต่  บ่าวไทบ้าน  เด็กแนว  เด็กแว๊น  ไล่จนไปถึงคนเฒ่าคนแก่  จากที่กะโดยสายตาส่วนใหญ่ก้เป็นคนเฒ่าคนแก่

ตอนบ่ายพี่เขียวให้แต่ละคนเขียนความทุกข์ของตัวเอง  มาสรุปเป็นเรื่อง ๆ วิเคราะห์ว่า  สาเหตุเกิดมาจากอะไร  จนถึง 4 โมงเย็นพอดี  หมออภิสิทธิ์ผู้อำนวยการโรงบาล  เข้ามาบรรยายวิธีแก้ความทุกข์  สร้างความสุข

บรรยากาศการอบรม  ในรูปผมต้องไปร้องเพลงให้ชาวบ้านฟังด้วย  ขวามือคือพี่อนันต์

หมอพูดได้เก่งมากเลยคับ  สามารถดึงชาวบ้านให้ติดตามได้เป็นชั่วโมง ๆ ชี้ให้เห็นสาเหตุของปัญหาว่าเกิดจากอะไร  พูดและยกตัวอย่างให้เห็นภาพ  หมออภิสิทธิ์เก่งมาในการอธิบายเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับชาวบ้านให้ชาวบ้านเข้าใจง่าย  โดยใช้คำพื้น ๆ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ  แม้แต่เรื่องที่เซนซิทิฟในตอนนี้อย่างเรื่อง  การเมือง  หมออภิสิทธิ์ก็นำเสนอให้ฟังดูแล้วซอฟต์  เพราะ หมอจะพูดในข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหาของชาวบ้านจริง ๆ อย่างเรื่อง  กองทุนหมู่บ้านละล้าน  หมออภิสิทธิ์ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ดี  แต่หมอจะถามว่ามีแล้วเรามีหนี้เพิ่มมั้ย  ถ้าเพิ่มเป็น 10 ล้าน  เราก็ยังมีหนี้เหมือนเดิม  ถ้าหากเราไม่รู้จักพึ่งตนเอง  ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

ถ้าเป็นประเด็นทางการเมืองด้วยแล้ว  ผมคงหาวิธีพูดให้ละมุนละม่อมไม่ได้  คงออกแนวฮาร์ดคอร์  เฮฟวี่เมทัล  เลือดอาบ  อะไรประมาณนั้น

9 กรกฎาคม 2008

กูจะไปเรียนเกษตรแล้ว

ตอนเช้าบ้านแรกที่ไปคือ  บ้านตาทองใบ  แกทำไร่  ขุดสระน้ำเลี้ยงปลา  ทำนา  ปลูกกล้วย  ปลูกมะพร้าว  ตาแกเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนแกปลูกพืชเชิงเดี่ยว  ทำนาอย่างเดียว  ต่อมาก็ปลูกพืชที่ฮิต  ทำเงิน  ทำกำไรในช่วงนั้น ๆ อย่าง  มันทำรายได้ดีก็ปลูกมัน  แต่พอไม่รุ่ง  ไปทำสวนอ้อย  จนต้องเสียลูกเขยเพราะงานมันหนัก  ประมาณปี 39-40  หมอเข้ามาแนะนำให้ทำการเกษตรแบบผสมผสาน

บ้านที่ 2 ที่มาดูงาน  คือ  บ้านแม่พุทธ  ทำเกษตรประณีต 1 ไร่  ไม่น่าเชื่อว่าพื้นที่แค่ประมาณ 1 ไร่ของแกจะใช้ได้คุ้มค่าขนาดนี้  ทั้งปลูกกล้วยแซมต้นสัก  ทำสระน้ำเลี้ยงปลา  และก็ได้เทคนิคการปลูกคือว่า  จะปลูกต้นกล้วยแซมต้นอื่น ๆ เพราะต้นกล้วยจะให้ความชุ่มชื้น  ดินร่วนซุย  ปรับสมดุลต่าง ๆ

บรรยากาศตอนออกฟิลด์  ชาวบ้านตั้งใจฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

บ้านหลังที่ 3(บ้านแต่ละหลังไม่ได้อยู่บริเวณเดียวกันนะคับ  เสร็จจากบ้านนึงก็ต้องขึ้นรถไปอีกบ้านนึง)  บ้านนี้เป็นบ้านแม่นิดคับ  ถ้าเคยดูรายการยุทธการพอเพียง  จะพอจำแกได้นะคับ  ที่เข้าชิงดำกับตัวแทนภาคใต้แต่แพ้โหวตไป 3 คะแนน(พี่เขียวเล่าให้ฟังอีกทีคับ  ผมก็ไม่เคยดูเลย)

แม่นิดนี่จะยาวหน่อย  แกจะโซโลชีวิตแนวดรามาของแกตั้งแต่ไปทำงานเป็นคนใช้ที่กรุงเทพ  พอกลับมาบ้านแต่งงาน  สามีดันชอบเล่นการพนันตามงานศพ  ลำบากมาก  แม้กระทั่ง  คลอดลูกยังทำคลอดด้วยตัวเอง  แล้วก็มาถึงสามีแกไปโกงเขาจนติดคุก  จนแกเกือบผูกคอตาย  ไล่มาเรื่อย ๆ ถึงสามีแกได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน  แล้วหมอมาแนะนำให้ทำเกษตรแบบผสมผสานจนสร้างรายได้ให้กับตัวเอง

สามีจากที่เคยเล่นการพนันก็หันมาทำสวน  พลิกจากหน้ามือเป็นหลังตีน  คือที่แกเล่า ๆ 80 เปอร์เซนต์จะเป็นชีวิตดรามาของแก  ที่เหลือเป็นวิธีทำเกษตรแบบผสมผสานว่าแกทำยังไง

ตอนบ่ายไปบ้านคำปลาหลาย  คนที่มาพูดคือ  มาร์ติน  วีลเลอร์  ชาวอังกฤษ  ได้เมียเป็นคนไทย  แกบอกว่าคนไทยโชคดี  ที่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง  ไม่เหมือนที่อังกฤษคนจนที่นั่นไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง

แล้วปิดท้ายของวันนี้ด้วยศูนย์ค้ำคูณ  อยู่ห่างจากโรงบาลประมาณ 5 กิโล  ที่ศูนย์มีบริการนวดแผนไทย  ภายในศูนย์เต็มไปด้วยต้นไม้  เพราะ  หมอทานทิพย์แฟนหมออภิสิทธิ์  จ้างผู้ป่วยติดเชื้อมาเพาะและปลูกไม้ยืนต้น  สร้างรายได้และกำลังใจกับผู้ป่วย  แทบจะไม่เชื่อว่าบางคนอยู่มาได้เป็นสิบ ๆ ปี  คุณหมอวางระบบไว้ดีมากเลย  คือ  จะจ้างผู้ป่วยติดเชื้อวันละ 120 บาท  แต่จะหัก 20 บาทไว้อมเฮ้ยไม่ใช่ฝากธนาคารไว้  อย่างพี่คนที่ติดเชื้อเป็น 10 ปี  มีเงินเก็บในธนาคาร  50000 กว่าบาท

เป็นการยืนยันที่ว่าโรคเอดส์ถ้าเราดูแลตัวเองเป็นอย่างดี  รับประทานยาสม่ำเสมอก็มีชีวิตอยู่ได้  ไม่ใช่ว่าเป็นโรคเอดส์แล้วต้องตาย  เพราะคนที่ตายไม่ได้ตายเพราะเอดส์นะคับ  แต่ตายด้วยโรคแทรกซ้อน  เนื่องจากว่าเอดส์ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่องทำให้ติดเชื้อได้ง่าย  แต่ถ้าเรารับประทานยาสม่ำเสมอ  ป้องกันไม่ให้ภูมิคุ้มกันลดลงมาก  ก็มีชีวิตเหมือนคนปกติหละคับ

เก็บมาฝากจากเขื่อนอุบลรัตน์คับ  นี่คือต้นยาง100ปี  ขนาดหลายคนโอบ  ใหญ่มาก  ซ้ายมือสุดของภาพไม่ใช่ใครที่ไหนไอ้จีนน่ะเอง

10 กรกฎาคม 2008

พอเพียง

ช่วงเช้าพี่เขียวกับพี่อนันต์พูดถึงเรื่องปุ๋ยเคมีและสูตรการทำปุ๋ยโดยไม่ใช้สารเคมีให้ได้ธาตุอาหารคบตามปุ๋ยเคมี  พูดไปเรื่อย ๆ จนเลยไปถึงเรื่องยาพารา  ยาชุด  พี่เขียวเลยให้ผมผู้คาดว่าน่าจะสัดทันเรื่องนี้ดีไปพูดให้ความรู้แก่ชาวบ้าน  บางเรื่องเราคิดว่ามันไม่น่าจะมีแล้ว  ก็ยังมี  อย่างเรื่องยาชุดที่ทางภาครัฐประชาสัมพันธ์เรื่องนี้อย่างหนักก็ยังมีชาวบ้านซื้อมาใช้อยู่  เพราะ  ถูกและหายเร็ว

ตอนบ่ายหมออภิสิทธิ์มาพูดเน้นย้ำว่า  แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง  พึ่งตนเองได้  ทำได้จริง  มีตัวอย่างมากมายไม่ใช่แค่อุบลรัตน์  ที่อื่นก็ได้ผลเช่นกัน  อย่าง  สุรินทร์และบุรีรัมย์

หมอได้ยกตัวอย่างในอนาคตว่า  ถ้ากหากปลูกไม้ยืนต้นคนละเยอะ ๆ ต้นไม้แต่ละต้นก็จะมีมูลค่าของมัน  แล้วรวมกลุ่มกันในอำเภอขายไม้และแปรรูปไม้  จะได้งเนจากส่วนนี้  เอามาทำอะไรก็ได้  ที่หมอยกตัวอย่างคือ  ถ้าคนอำเอเราเป็นโรคหัวใจกันมากก็จะจ้างหมอเฉพาะทางโรคหัวใจมาผ่าให้  จ้างพยาบาลมาประจำและหมู่บ้านได้

ถึงแม้จะดูไกลไปหน่อย  แต่ผมว่าน่าจะทำได้  อย่างสินค้าเกษตรพวกผักสวนครัว  มะละกอ ฯลฯ  เอาไปขายที่ไหนก็มีคนซื้อ  เพราะ  ไม่มีสารพิษ  มีคุณภาพราคาพอกัน(เอ๊ะ  คุ้น ๆ )

11 กรกฎาคม 2008

Go back to ห้องยา

วันนี้ตามจริงไม่มีคลินิกเบาหวานแต่ทางโรงบาลได้นัดคนไข้เบาหวานมาเช็คประสาทตา  เพราะ  ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเป็นต้อที่กระจกตา  เนื่องจากมีแรงดันในลูกตาเพิ่มขึ้น

ทำให้วันนี้ก็เหมือนวันคลินิกเบาหวานหละคับ  ผมก็ไม่ได้คิดไรมาก  เพราะ  คิดว่าไม่น่าจะเยอะเท่าไหร่  แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ทั้งผู้ป่วยเบาหวาน  ผู้ป่วยโรคทั่วไป  มารวมกัน  กลายเป็นว่าวันนี้เป็นวันแรกตั้งแต่ฝึกงานที่นี่  มีผู้ป่วยมากที่สุด คือ 160 กว่าคน  นี่เฉพาะช่วงเช้านะคับ  จำนวนเท่านี้กับโรงบาลชุมชนขนาด 30 เตียง  ถือว่าเยอะมากคับ  วันนี้กว่าจะได้ทานข้าวเที่ยงก็เที่ยงครึ่งเข้าไปแล้ว

ตอนบ่ายผู้ป่วยเบาหวานที่ตกค้างจากตอนเช้า  และผู้ป่วยอื่น ๆ ก็มาเรื่อย ๆ แต่ไม่มาก  คือ  นั่งกรอกข้อมูลผู้ป่วยในได้แป๊บนึง  ใบสั่งยาก็มาแล้ว  เป็นแบบนี้เรื่อยจนบ่าย 4 โมง

ก็ถือว่าวันนี้ทำลายสถิติผู้ป่วยมากที่สุด  ตั้งแต่ผมฝึกงานมา 2 อาทิตย์  ผมจะรอดูว่าอีก 2 อาทิตย์จะมีวันไหนทำลายสถิติหรือไม่

สำหรับสาหร่ายภูเขาติดไว้ก่อนนะคับ  เพราะอาทิตย์นี้ไม่ได้เข้าตลาดเลย