2009/Dec/10

ดอกไม้กับมายาคติ

 

          ในแต่ละปีแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีงานรับปริญญาและทุกครั้งที่มีการถ่ายรูปแสดงความยินดีจะต้องมีช่อดอกไม้  ช่อสองช่อบ้างหรือเป็นหอบอยู่ในอุ้งแขนของบัณฑิต  ผมไม่รู้ว่าการให้ดอกไม้แสดงความยินดีเริ่มขึ้นตอนไหน ที่ไหน  รู้แต่ว่า ตั้งแต่เห็นมีงานรับปริญญา  ดอกไม้ก็เป็นส่วนสำคัญที่อยู่ในรูปภาพของบัณฑิตเกือบทุกคน  เหมือนจะเป็นข้อบังคับกลาย ๆ ว่ารับปริญญาต้องมีดอกไม้

            ก่อนจะเข้าเรื่องขออธิบายคำว่า  มายาคติเพื่อความเข้าใจตรงกัน  มายาคติ คือ ตัวแทนของหลายๆ ภาพที่ซ้อนทับกันอยู่  ขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ของแต่ละคน  แต่คนส่วนใหญ่จะมีมายาคติหลายอย่างคล้ายกัน  อย่างเช่น  ภาพของไอสไตน์  วงโคจรอะตอม  สูตรโครงสร้างเคมี  จะเป็นตัวแทนของวิทยาศาสตร์  ความจริงแท้แน่นอน  พิสูจน์ได้  จุดนี้เองที่นักโฆษณาจะชอบเล่นเพื่อขายสินค้า  ถ้าเกิดเอามายาคติใส่ลงไป  มายาคติที่อยู่ในคนทั่วไปก็จะบอกว่า  มันน่าเชื่อถือ  พิสูจน์ได้

            ดอกไม้ที่ซื้อให้กัน(หรือซื้อเอง)ในวันรับปริญญา  ก็เป็นตัวแทนของมายาคติเช่นกัน คือ เป็นตัวแทนของการแสดงความชื่นชมยินดี(ตรงกันข้ามกับพวงหรีดที่แสดงความเสียใจ แต่ที่เหมือนกันคือ สุดท้ายไม่ได้ใช้ทำอะไร) มีคนรู้จักมาก ดูได้จากจำนวนช่อดอกไม้ในอุ้งแขน  การเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังออกจากรั้วมหาวิทยาลัย  สิ่งใหม่ ๆ ในชีวิต  ความมีชีวิตชีวา ฯลฯ

            ในที่สุดแล้วดอกไม้พวกนี้ก็ไม่ได้ใช้ทำอะไร  นอกจากวางไว้กับที่รอวันแห้งเหี่ยว(ในกรณีที่เป็นดอกไม้สด แต่ส่วนใหญ่จะซื้อดอกไม้สดให้กันอยู่แล้วเพราะสวยกว่า)  รอวันไร้ค่า  แล้วทิ้งขยะ  เหมือนว่าหมดHoneymoon periodไปแล้ว  วันถ่ายรูปอะไรก็ดูดีไปหมด  ยกเว้นว่าดอกไม้ช่อนั้นจะได้จากคนที่พอเศษกับเราจริง ๆ ถึงจะเหี่ยวแค่ไหน  แต่จะถูกเก็บด้วยความทะนุถนอม  ไม่รู้ว่าการซื้อดอกไม้ให้กันมีผลทำให้โลกร้อนด้วยรึป่าวน้า

            ตอนเด็ก ๆ ผมเคยไปงานรับปริญญาญาติของผม  วันนั้นญาติของผมได้ดอกไม้หอบใหญ่มากประมาณ 20 ช่อ  ผ่านไปไม่กี่เดือน  ดอกไม้แห้ง ๆ ยังกองอยู่อย่างนั้น  ผ่านไปปีนึง  ดอกไม้หายไปครึ่งกอง  ญาติผมจะเลือกช่อคนที่สำคัญให้ไว้  จากนั้นอีก 3 ปี  ญาติผมจะย้ายบ้าน  หลังจากเก็บสัมภาระที่จะย้ายขึ้นบนรถแล้ว  เหลือกองดอกไม้เหี่ยว ๆ วันรับปริญญา  ญาติของผมบอกให้ผมเอาไปทิ้งถังขยะ

            ผมบอกว่ามันเป็นดอกไม้ที่ได้วันรับปริญญานะ  ญาติผมตอบกลับมาว่า  เอาทิ้งเหอะ  เอาไปก็รกห้อง  รับปริญญามันผ่านมาหลายปีแล้ว

            อาจจะพากันคิดว่าผมเป็นคนขวางโลก(anti-social)  ชอบคิดชอบทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน  แต่ผมว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของการทำบ่อย ๆ ทำกันเยอะ ๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วมากกว่า  บางเรื่องเป็นสิ่งไม่ดี  แต่ทำกันเยอะ ทำกันบ่อยจนกลายเป็นเรื่องปกติไปซะงั้น

            อย่างการต่อคิว  ในสังคมไทยจะไม่ค่อยเข้าคิวกัน  มีการลัดคิวกัน  พอทำกันบ่อย ๆ เยอะ ๆ มันก็จะดูเป็นเรื่องปกติ  และเราก็ยอมรับมันแล้ว

            หรือว่าจะเป็นการแขวนป้าย  เมื่อคนโน้นคนนี้พากันทำกันมาก ๆ ที่สุดแล้ว  ก็กลายเป็นเรื่องปกติ

            อ้าว!  ถ้าไม่ซื้อดอกไม้แล้วจะซื้ออะไรล่ะ  ก็ควรจะซื้อของที่มีประโยชน์  ใช้ได้จริง ๆ มีคุณค่าด้วย  ไม่งั้นอย่างน้อยที่สุด  คนที่รับจะได้ไม่เอาไปทิ้ง  อย่างที่ม.รามคำแหงจะไม่มีซื้อดอกไม้ให้กันในวันรับปริญญา  แต่จะซื้อหนังสือให้กัน  ถือว่าเป็นการให้ปัญญากัน ไม่มีดอกไม้บัณฑิตก็สามารถรับพระราชทานปริญญาบัตรได้

            ผมก็เริ่มแล้วนะครับ  คือบอกสายรหัสไว้แล้วว่า  ไม่ต้องซื้อดอกไม้ให้  เอาเงินส่วนนี้ไปซื้อของอย่างอื่นดีกว่า

ผมรับพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่นวันที่ 22 ธันวาคม 2552นี้คับ (บอกเฉยๆคับ เผื่อไป ถ้าว่างไปยังไงก็ไม่เอาดอกไม้นะคับ อิอิ)