The last life in the university at
Ubonrat
Quarter 3
ที่ทำการเทศบาลตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ที่ถูกโอบด้วยภูพานคำ
14 กรกฎาคม 2008
เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ
ถึงวันจันทร์จะเป็นวันแรกที่เริ่มทำงานของสัปดาห์ แต่ที่โรงบาลแล้ววันจันทร์คนจะไม่ค่อยเยอะ เพราะ วันจันทร์ไม่มีคลินิกต่าง ๆ
พอว่างเยอะก็มีเวลาคุยเยอะ ก็คุยกับพี่เอกไปเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องวิชาการบ้าง ไร้สาระบ้าง จากที่คุยกับพี่เอกทำให้รู้ว่า The Brain สถาบันสอนพิเศษที่ผมเคยเป็นศิษย์เก่า มีมาตั้งแต่สมัยพี่แกแล้วและสอนโดยคุณพี่ช้าง ที่ขึ้นชื่อในด้านความเก่งและฮา มุขที่พี่แกชอบใช้ที่พอจำได้ก็จะมี
"ใครตอบข้อนี้ได้พี่ช้างจะยกThe Brainพร้อมหนี้สินให้"
"เดี๋ยวพี่ช้างเอางวงฟาดเลย"
"วันนี้จะมีสัตว์ใหญ่ให้โชค"
ฯลฯ
บางมุขฟังดูอาจจะดูฝืดๆ แต่ถ้าพี่ช้างแกเป็นคนพรีเซนต์ ด้วยบุคลิก หน้าตา ท่าทาง ทำให้มุขที่ไม่ค่อยตลกก็ตลกได้
ถ้าใครเคยเรียนกับพี่ช้าง ขอบอกเลยคับว่าบุคลิกพี่เอกแกก็คล้าย ๆ พี่ช้าง ฮา ๆ เหมือนกัน ยิ่งตอนพี่แกจ่ายยา เรื่องซีเรียส ๆ พี่แกจะพูดให้คนไข้ฮาได้ อย่างเช่น
คนตายเพราะโรคไม่ใช่เพราะยานะคับ ยังไงก็กินยาให้ครบนะคับ ถ้าอยากตายไว ๆ ก็ไม่ต้องกินยาเด้อ ฟังดูเหมือนจะขู่คนไข้เลยนะคับ แต่ตอนพี่แกพูดจะพูดในโทนฮา ๆ ล้อเล่น ๆ มากกว่า
พี่เอกบอกว่าสมัยมัธยมแกเรียนอยู่ขอนแก่น ช่วงม.ปลายพี่แกเข้ากรุงเทพฯมาเรียนพิเศษ สมัยนั้นสถาบันสอนพิเศษจะไปกองกันแถวราชดำเนิน ไม่ใช่สยามอย่างทุกวันนี้ เพราะสมัยนั้นวัยรุ่นยังไม่นิยมไปเดินสยามกัน
เลยราชดำเนินไปเป็นสนามหลวง ตอนนั้นรอบ ๆ สนามหลวงจะมีคนเอาหนังสือราคาถูก ลดราคาแล้วมาวางขาย
Applied physics ของหมอประกิตเผ่าก็อยู่แถวนั้นด้วยนะคับ แต่พี่เอกไม่ได้เรียน พี่เอกเรียนคณิตกับภาษาไทยที่The Brain พี่แกบอกว่าอาจารย์ที่สอนภาษาไทยที่The Brainแกสอนดีมาก จนพี่แกได้ท็อปประเทศเลย คือ สมัยนั้นคะแนนเต็ม 50 พี่แกได้ภาษาไทย 49
วันนี้ทำให้ผมรู้ว่าการเรียนพิเศษมันมีมานานแล้วและเป็นสิ่งที่คู่กับการศึกษาของไทย มีอาจารย์หลายท่านไม่เห็นด้วยกับการเรียนพิเศษเพราะ
1. เด็กจะไม่ตั้งใจเรียนในห้องเรียน
2. เด็กควรเอาเวลาที่เรียนพิเศษไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่การเรียน
ถึงจะมีระบบต่าง ๆ มากมายออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กไปเรียนพิเศษ แต่จนแล้วจนรอด เด็กเขาก็ไปเรียนเหมือนเดิม อีกทั้งสถาบันสอนพิเศษก็ปรับกลยุทธ์ตามนโยบายของกระทรวงที่ป้องกันไม่ให้เด็กเรียนพิเศษด้วย
การเรียนพิเศษไม่ใช่อะไรที่เสียหายร้ายแรงอะไรเลย ผู้ปกครองหลายท่านบอกว่า ยอมให้ลูกตัวเองเรียนพิเศษทั้งวัน เรียนเสร็จก็พัก เที่ยวได้พอประมาณ ดีกว่ายอมเห็นลูกตัวเองไปซิ่งมอไซ ติดยา มั่วสุมในทางไม่ดี ไปอยู่ตามร้านเกม ร้านเน็ต ฯลฯ
นักวิชาการหลายท่านพยายามจะทำให้การศึกษาของไทยเป็นเหมือนเมกาแต่ไม่เคยคิดเลยว่าการศึกษาแบบเมกาเอามาใช้ในบริบทของสังคมไทยได้หรือไม่
อย่างChild Centerผมว่าเป็นระบบที่ดีมากเลย ดีกว่าอาจารย์เอามาป้อนให้ แต่พอเอามาใช้จริง ๆ มีอาจารย์มัธยมไม่กี่คนหรอกที่เข้าใจระบบนี้ มีอาจารย์หลายท่านคิดว่าระบบนี้ดี เพราะ กูสบายไม่ได้สอนห่าอะไร ให้งานนักเรียนไปหา ส่วนกูก็เตนียมสอนพิเศษอย่างเดียว
ไอ้คำว่าให้งานนักเรียนไปหา คือ ตัวอาจารย์ก็ต้องทำการบ้านเหมือนกันว่า ตัวเองจะให้นักเรียนไปหาอะไร ที่นักเรียนเขาไปหามามันบรรลุวัตถุประสงค์ของเรื่องนั้นมั้ย ที่เขาไปหามามันออกนอกเนื้อหาที่ควรจะรู้มั้ย ที่เด็กเขาหามาถูกหรือผิด ถ้าหาผิดจะมีวิธีการจัดการอย่างไร เรื่องพวกนี้อาจารย์เขาไม่เคยตระหนัก คิดแต่ว่าสบายแล้วทำผลงานเข้าตัวเองซะงั้น
ซ้ำร้ายเข้าไปใหญ่ให้เด็กไปตะบี้ตะบันหา แต่ตัวเองดันเอาข้อสอบมาติวเด็กที่เรียนพิเศษ อาเมน!
ถ้าเราไปดูประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง(ที่ไม่ใช่กัมพูชา)เราอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เขาก็มีเรียนพิเศษเหมือนเราและการแข่งขันของเขาก็สูงและโหดกว่าเมืองไทยมาก ผมว่าแต่ละที่ แต่ละประเทศก็มีแบบฉบับของตัวเอง จะทำให้เหมือนใครมันก็ลำบาก
หลัง 4 โมงก็คุยกับพี่มะปรางกับอุ๋มเจ้าพนักงานเภสัช พี่มะปรางบอกว่า บ้านพักเลียบเขาที่ผมพักอยู่งูเยอะ บางทีมันก็มาเล่นกับหมา ก็ว่าอยู่ทำไมหมาบ้านพี่นาเข้าป่าเหมือนไปหยอกกับอะไรก็ไม่รู้ ทีแรกนึกว่าหมาหยอกกันเอง เวรแล้ว!!!!! ทำไมมาบอกกรูตอนนี้ด้วยวะ ถ้าจะเจองูกรูขอเจอในฝันก็แล้วกัน
15 กรกฎาคม 2008
ไปกินต้มไก่บ้าน
สถิติจำนวนคนไข้อาทิตย์ที่แล้วถูกทำลายแล้วคับ วันนี้แค่ตอนเช้ามีคนไข้มารับยา 150 คน ตอนบ่ายประมาณ 30 คน รวมแล้วประมาณ 180 คน มากกว่าวันที่11/7/08ที่มีคนไข้ประมาณ 160 คน พี่เอกบอกว่า พรุ่งนี้น่าจะเยอะกว่านี้ เพราะ The day after tomorrow(วันมะรืนอ่ะนะ) เป็นวันหยุดเข้าพรรษา หมอน่าจะนัดคนไข้มาเยอะ อีกทั้งมีคลินิกเบาหวานอีก(นึกแล้วสยอง)
5 โมงเย็นพี่อนันต์ สาธารณสุขโรงบาลหัวหน้าฝ่ายสุขาภิบาล ชวนพวกผมไปออกชุมชนด้วย ทางโรงบาลอุบลรัตน์จะแบ่งทีมรับผิดชอบดูแลแต่ละหมู่บ้านเพื่อติดตามโรคที่ผู้ป่วยเป็น การใช้ชีวิต การใช้ยาว่าใช้ถูกต้องมั้ย กินยาครบรึป่าว ฯลฯ ผมว่าแบบนี้ดีมากเลย เป็นการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ว่าจ่ายยาออกไปแล้วให้คนไข้ใช้ยาตามมีตามเกิด ดูแลตัวเองไปงั้น ๆ ดีขึ้นก็แล้วไป แย่ลงก็เพิ่มยา มีบ้านนึงที่ไปเป็นผู้ป่วยวัณโรค แต่แกจะไม่ค่อยกินยา แกบอกว่ากินยาวัณโรค แล้วเหนื่อย เพลีย ไม่มีแรง เราต้องเข้าไปให้ความรู้และให้ทานยาให้ครบ เพราะ วัณโรคหายได้ นี่ถ้าเกิดว่าเราจ่ายยาไปแล้วไม่ติดตามแบบนี้ เราก็จะไม่รู้ว่าผู้ป่วยมีปัญหาอะไร
หมู่บ้านที่พี่อนันต์รับผิดชอบ พี่แกจะมีสมุดบันทึกของแต่ละบ้านว่าเป็นบ้านเลขที่เท่าไหร่ ป่วยเป็นโรคอะไร ได้ยาอะไรบ้าง วันที่มาเยี่ยมอาการเป็นบ้านเลขที่เท่าไหร่ ป่วยเป็นโรคอะไร ได้ยาอะไรบ้าง วันที่มาเยี่ยมอาการเป็นไงมั่ง อย่างเช่น บ้านยายที่ติดเชื้อราทั่วตัว วันนี้มาปรากฏว่าอาการดีขึ้น ผิวหนังที่เคยเป็นขุย ๆ ก็หายดีแล้ว
ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนสส.เลย เวลาเดินตามพี่อนันต์ ชาวบ้านเขาจะร้องทักพี่แก ยังกะพี่แกเป็นดารา คนเด่น คนดัง ยังไงยังงั้นเลย
ออกหมู่บ้านเสร็จก็พากันไปกินต้มไก่บ้านที่บ้านน้าจักร ไปกินก็ไม่ต้องไปกลัวสารพิษตกค้างอะไร เพราะ ไก่บ้านที่ต้มกินก็ไก่ที่แกเลี้ยงไว้ ผักก็ผักปลูกเอง แกยังมีการชวนมากินปลาช่วงวันหยุดเข้าพรรษาอีก เพราะ น้าจักรแกเลี้ยงทั้งปลาดุก ปลาบึกเอาไว้ด้วย แต่พี่อนันต์บอกว่าช่วงนั้นไม่ว่าง น้าแกเลยบอกว่า ถ้าว่างก็แวะมา จะเตรียมอาหารการกินเอาไว้ นี่แหละคับคือลักษณะนิสัยของคนอีสาน คือ มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง(Hidden Agenda) เราเคยช่วยอะไรเขา เขาก็ประทับใจในตัวเราแล้ว
ตอนที่กิน ๆ ไปน้าจักรจะพูดถึงชีวิตวัยหนุ่มที่โลดโผนของแก แกบอกว่าแต่ก่อนแกจะขี่ม้าต้อนควายร้อย ๆ ตัวไปขายกรุงเทพฯ คล้าย ๆ เรื่อยนายฮ้อยทมิฬเลย มีเคยถูกปล้นควายด้วย เมื่อถูกปล้นก็จะไปหาปล้นขบวนอื่นต่ออีก บลา บลา จะนายฮ้อย นายสิบ นายพันอะไร ตูไม่สนแล้ว ขอแด๊กต้มไก่บ้านก่อน แซบอีหลีดิลีเชียสจริง ๆ ขอบคุณน้าจักร มา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคับ
16 กรกฎาคม 2008
ปิดบัญชี
ผมไม่ได้เจอพี่ก้อยพี่เจ้าพนักงานมา 2 อาทิตย์แล้ว อาทิตย์ที่แล้วพี่ก้อยไปปฏิบัติธรรม พอมาอาทิตย์นี้ก็ลาพักร้อน ทำให้ผมลืมเลยว่าพี่แกก้อยู่ที่ห้องยาด้วย
ตามที่พี่เอกบอกไว้ว่า วันนี้คนจะเยอะ เพราะ จะหยุดถึง 4 วัน เป็นวันปิดบัญชี ผมก็เตรียมตัวตรียมใจฟิตร่างกายพร้อมแล้ว(HA) แต่พอเอาเข้าจริง ๆ คนน้อยกว่าที่คาดไว้เยอะมากน้อยกว่า 2 วันที่แล้วด้วยซ้ำ คือ ตอนเช้ามีไม่ถึงร้อยคน ตอนบ่ายมากันประปราย ไม่มากไม่มาย
ที่ผมสังเกตได้อีกอย่างจากการมาฝึกงานที่นี่คือ หมอจะตรวจเร็วมาก ประมาณ 8 โมง 15 ก็เริ่มตรวจแล้ว เมื่อตรวจไวก็จ่ายาไว อย่างที่นี่ 8 โมงครึ่งก็เริ่มจ่ายแล้ว ไม่เหมือนที่อื่น หมอจะตรวจสายหน่อย สตาร์ตจ่ายยาเร็วสุด 9 โมง เผลอ ๆ 9 โมงครึ่งก็ยังมี